มุมหนึ่งของความพิการ
Writing by rathjungzz on Thursday, 22 of March , 2007 at 12:50 am
นี่เป็นเรื่องที่ผมติดค้างไว้ในตอนนั้น วันนี้จะมาพูดถึงครับ
เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกภาคสนามของวิชา Community Medicine หรือเวชศาสตร์ชุมชนครับ

[วิดีโอรายงานการไปศึกษา หนึ่งในงานที่เผาที่สุดในชีวิต - -”]
เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และเป็นมุมมองจากมุมหนึ่งที่มีต่อผู้ป่วยเป็นอัมพาตคนหนึ่งซึ่งทีมของผมรับหน้าที่ในการไป “ทำความเข้าใจ” คนไข้คนนี้ครับ
เกี่ยวกับผู้ป่วย
ท่านชื่อลุงเกษมครับ ประสบอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ(มอเตอร์ไซค์+ไม่มีหมวกกันน๊อค) เมื่อล้มลงหัวกระแทกพื้น เส้นเลือดในสมองจึงแตก ทำให้สมองบริเวณนั้น “ตาย” ครับ (เซลล์สมองพวกนี้ไม่มีการสร้างใหม่ เมื่อเสียไปแล้วก็คือเสียเลย)
จึงเกิดเป็นโรคอัมพาตครึ่งซีกเนื่องจากพยาธิสภาพของสมองครับ นั่นจึงทำให้ ร่างกาย”ซีกตรงข้าม”กับสมองที่บาดเจ็บไม่สามารถขยับได้เลยและไม่สามารถรับความรู้สึกใดๆ ฟังดูอาจไม่เข้าใจ ความรู้สึกคือ เหมือนมีร่างกายแค่ซีกเดียวแล้วมีก้อนเนื้อขนาดครึ่งซีกมาติดร่างกายซีกเดียวของเราไว้น่ะครับ (รวมส่วนของศีรษะด้วยนะครับไอ้ที่เสียความรู้สึกไปน่ะ)
อาการอื่นๆ คือลุงไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและ อุจจาระได้ จู่ๆมันก็ไหลออกมาเลยครับ เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง และเนื่องจากอัมพาตครึ่งซีก กล้ามเนื้อลิ้นครึ่งนึงทำงานไม่ได้ จึงพูดไม่ชัด (ฟังไม่รู้เรื่องเลยครับ) นอกจากนี้ก็มีกล้ามเนื้อลีบตามประสาคนเป็นอัมพาตทั่วไป
ฐานะของทางบ้าน จัดอยู่ในชนชั้นแรงงานช่วงบนๆเกือบเป็นชนชั้นกลาง
การไปเยี่ยมลุงในครั้งนี้ ทำให้ผมได้มุมมองบางอย่างเกี่ยวกับความเจ็บป่วยครับ
นั่นคือ ก่อนหน้าที่ลุงแกจะประสบอุบัติเหตุ แกเป็นคนติดเหล้าครับ นั่นคือ หาเงินมาได้เท่าไหร่เอาไปกินเหล้าหมด (เพราะว่าลูกเรียนจบหมดแล้วไม่มีภาระให้ต้องส่งเรียน) เมื่อกลับมาถึงบ้าน ภรรยาก็ไม่ชอบที่ไปกินเหล้ามา รวมถึงลุงเป็นคนที่มีความเครียดมากจนถึงขนาดต้องพบจิตแพทย์(อารมณ์จน เครียด กินเหล้า) จึงทำให้เกิดการทะเลาะกันบ่อยมาก ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงค่อนข้างแย่ครับ
แต่เมื่อลุงแกประสบอุบัติเหตุกลายเป็นคนพิการ ช่วงแรกๆมันอาจจะลำบากบ้าง แต่ผ่านไปสองปี เมื่อพวกผมเข้าไปเยี่ยมลุงและครอบครัวที่บ้าน…
ภาพที่ผมเห็น(อย่างน้อยก็ช่วงเวลาสั้นๆที่ผมได้อยู่กับพวกเขา) ผิดกับที่ผมจิตนาการไว้เล็กน้อย ความรู้สึกของผมคือ ครอบครัวนี้น่ารักแฮะ นั่นคือแบบ ภรรยาคอยดูแลสามีอย่างดี(อย่างน้อยก็เท่าที่เห็น) ทั้งๆที่ลุงแกกลายเป็นเหมือน”ตุ๊กตาที่มีชีวิต” แต่ทุกคนในครอบครัวก็ช่วยๆกันดูแลไม่ทอดทิ้งปล่อยให้ตาย แล้วบรรยากาศในบ้านมันแบบว่า “อบอุ่น”น่ะครับ มีการพูดจาหยอกล้อกัน ตกเย็นมาก็มานั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน ความสัมพันธ์ในครอบครัวผมว่าดีกว่าบ้านผมด้วยซ้ำไปครับ… (ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติครับ พวกเขาไม่ได้แกล้งทำดีเพราะเห็น”คนนอก”เข้ามาเยี่ยมบ้านของตน)
ลุงแกไม่ได้กินเหล้าอีกเลย ลุงกลายเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ถ้าไม่บอกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อก่อนเคยเป็นโรคเครียด ไม่ใช่ต้องขอบคุณความพิการเหรอครับที่ทำให้เป็นแบบนี้
มันทำให้ผมได้คิดว่า
1.บางครั้งชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรมากมายนัก เหมือนลุงแกเมื่อสูญเสียทุกอย่างที่เคยยึดติดไว้ ความยึดมั่นถือมั่นทำให้ลุงเป็นทุกข์(เครียด) เมื่อปล่อยวางได้ล�0
Comments (16)
Category: My Medicine
- Add this post to
- Del.icio.us -
- Meneame -
- Digg
