Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น

รัดโดนถากแว้วววว

Writing by rathjungzz on Thursday, 1 of March , 2007 at 9:16 am

ในที่สุดผมก็โดนถาก(Tag) แล้วคร้าบบ จากพี่ Elixer ช่างเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่งครับ 55+ อุตส่าห์รอมาตั้งน๊านตั้งนานไม่มีคนมาถากซะทีจนว่าจะถากตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอด (สมัยก่อนผมเขียนในสเปซครับแล้วคนที่เล่นสเปซส่วนใหญ่เขายังไม่ถากกัน ผมก็เลยยังไม่โดนครับ -เป็นการปลอบใจตัวเองชนิดหนึ่ง T_T)

จะพูดถึง 5 เรื่องนะครับ

1.ชื่อ
2.ความฝันในวัยเด็ก
3.เกี่ยวกับการเขียน
4.การปรับตัวสมัยวัยรุ่น
5.ความขี้เก๊ก

เริ่มเลยนะครับ อัพไปอัพมาดันยาวมาก สนใจเรื่องไหนค่อยอ่านเอาละกันนะครับ

1.ถือแม้ประชากรไทยส่วนใหญ่กว่าครึ่งประเทศจะเรียกผมว่า “รัฐ” แต่อยากจะบอกว่าจริงๆแล้วผมเองก็แอบมีชื่อเล่นที่พ่อแม่ตั้งให้เหมือนกัน และกว่าจะมาลงตัวที่รัฐนี่ก็ผ่านการเปลี่ยนมาอย่างโชกโชน

ตอนเกิดมา ผมมีชื่อสุดแนวว่า “ยันต์”ครับ ยันต์ที่เอาไว้โยนใส่ผีนี่แหละครับ - -” ชื่อจริงๆด้วยนะครับไม่ใช่ชื่อเล่น ด้วยความแนวจัดของพ่อผม (ที่ไม่รู้คิดอะไรอยู่)

หลังจากนั้น หลังจากทนเสียงทัดทานจากคนรอบข้างไม่ไหว ทุกคนที่ได้ยินชื่อนี้ต่าง “เฮ้ย เอาจริงอ่ะ !!” พ่อผมก็เลยมาเปลี่ยนชื่อผมอีกครั้งเป็น “ศรันย์” หลังจากใช้ชื่อแรกได้ไม่ถึงอาทิตย์

และต่อมา ก็เกิดคิดขึ้นได้ว่าชื่อลูกทั้งทีน่าจะเอาที่มันไม่ซ้ำใครเพื่อความโดดเด่น สมัยนั้นมันมีรัฐสารพัดครับ รัฐกิจ รัฐกร รัฐภูมิ ฯลฯ พ่อผมก็เลย “รัฐ”เฉยๆมันซะเลย พวกข้างบนแปลว่า อะไรก็แล้วแต่(กิจ กร ภูมิ)ของแผ่นดิน ส่วนชื่อผมคือแผ่นดินเองเลยครับ 55+

หลังจากวันนั้น ถือเป็นความภูมิใจอย่างนึงของชีวิตผมที่มีชื่อที่ไม่ซ้ำใครได้ถึง 10 กว่าปี หลังจากนั้น ผมเริ่มเจอมันมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก “รัฐ สุรพล”นี่แหละ จำได้เลย หลังจากนั้น รัฐสารพัดก็ตามมา - -” สรุปมันกลายเป็นชื่อโหลแล้วใช่มั้ยหนิ (ขนาดกระเทยตะวันในพันธุ์ทิพย์ยังแอบอ้างว่าชื่อ รัฐ ริมธาธิกุล เอาเข้าไป…)

ส่วนชื่อเล่นของผม มันโหลมากๆ ใช้กันครึ่งประเทศได้ ผมก็เลยไม่ค่อยชอบครับ แล้วชอบให้คนเรียกว่า “รัฐ” มากกว่า คนที่ยังเรียกชื่อเล่นอยู่ก็มีแต่ครอบครัวและพวกอยากแนวบางคนที่ไม่อยากซ้ำชาวบ้าน 55+

—————————————————-

2.ตัดมาสมัยม.ต้นผมมีความฝันในชีวิต เป็นเป้าหมายสูงสุดเลยนะครับตอนนั้น ว่าจะเคลียร์เกมดังๆทุกเกม และอ่านหนังสือการ์ตูนดังๆทุกเล่ม ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ดันไปมีความฝันแบบนั้น - -” ชีวิตผมตอนม.ต้นก็เลยขลุกอยู่แต่กับเกมกับการ์ตูนครับ รวมกับที่หม่อมแม่ไม่ค่อยให้ผมออกไปไหนด้วย (โคตรคุณชาย 55+) มันทำให้ผมเป็นคนขาดทักษะทางสังคมเมื่อโตมาครับ

แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ เกมส์ที่ผมชอบที่สุดไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ Final Fantasy VII ครับ เกมส์ระดับตำนานของ Square-Enix บรรยากาศ “ความอบอุ่นท่ามกลางความมืดมิด” นี่เป็นสิ่งที่ ไม่ว่าเกม ภาพยนตร์ หรืออะไรก็ตามเอาไปใช้ จะได้ใจผมไปเต็มๆครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน 55+

แต่การเสพงานพวกนี้มากๆก็ให้อะไรผมเหมือนกันนะครับ ผมรู้สึกว่าเซนส์ทางด้านอะไรที่มันแฟนตาซีๆผมจะเหนือกว่าคนปกติอยู่ระดับนึงอ่ะครับ แบบว่ายังไงดีล่ะ ประมาณว่าเวลาดูหนังหรือเกมที่มันเป็นแฟนตาซีและ”ตั้งใจ”จะทำให้มันแปลกแบบโคตรเว่อร์ ผมกลับรูสึกเฉยๆครับ เพราะเวอร์กว่านี้ตูก็เจอมาเยอะแล้ว

—————————————————-

3.สมัยเด็กๆผมเกลี่ยดการเขียนมากครับ เวลาครูสั่งให้เขียนอะไรส่งนี่จะแบบว่า “โอ้ย แล้วจะให้ตูเขียนอะไรเนี่ย” ทำไมโตมากลายเป็นคนเขียนเอาๆก็ไม่รู้เหมือนกันครับ 55+ อาจเป็นเพราะผมเป็นคนชอบอ่านด้วยมั้งครับ

เวลาว่างๆผมมักจะไปอัพเดทหนังสือออกใหม่ตามร้านหนังสือ เวลาไม่มีอะไรทำก็ไปเดินเล่นร้านหนังสือ ผมรู้สึกว่าคนเราควรอ่านหนังสือครับเพื่อรับแนวคิดใหม่ๆที่เราไม่เคยคิดมากก่อน แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมในสังคมไทย (อย่างน้อยก็ในเด็กและเยาวชน) คนที่อ่านหนังสือ กลับถูกมองว่าเป็นหนอนหนังสือและดูไม่ดีไปซะงั้น

ผมเองมีความฝันอย่างนึง (ที่ไม่ใช่ฝันหลัก) ว่าอยากจะมีกิจการเกี่ยวกับหนังสือเป็นของตนเอง อาจจะเป็นร้านหนังสือ หรือว่าสำนักพิมพ์ก็ได้ ซึ่งสำนักพิมพ์ก็อาจจะเป็นสำนักพิมพ์การ์ตูนก็ได้นะครับ แล้วแต่โอกาส ความฝันช่วงนั้นจะเอื้ออำนวย

—————————————————-

4.สมัยเป็นวัยรุ่นได้ไม่นาน (ช่วงม.ปลาย) ผมเคยมีปัญหากับการปรับตัวถึงขนาดต้องเข้าพบจิตแพทย์ครับ !! มานั่งนึกดู ตอนนั้นตูเป็นอะไรหว่า - -” เกือบจะนึกไม่ออกครับ จำได้ลางๆ ว่าสมัยอยู่ม.ปลายเป็นช่วงเวลาที่ผมไม่มีความสุขที่สุดในชีวิต หมายถึงแบบ ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่มาตอนนี้(ที่ผมพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้)แล้วมองย้อนกลับไปมันทำให้ผมพบว่าสมัยนั้นผมไม่พอใจกับชีวิต

เนื่องจากการโตมาแบบไม่ค่อยปกติของผมสมัยเด็กๆ ทำให้เมื่อตัวผมเองต้องเข้าสู่สังคม ผมจึงมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นครับ เพราะว่าอย่างที่บอกว่าตอนสมัยม.ต้นผมเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านเพราะทางบ้านไม่ค่อยให้ออกไปไหน(หม่อมแม่ ทำไมไม่ให้หนูออกไปล่ะฮะ 55+) ผมจึงขาดทักษะทางสังคมขั้นรุนแรงเมื่อโตมา

นั่นแหละครับ เมื่อผมเข้ามาในสังคม สังคมบังคับให้ผมต้องปรับตัวครับไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้ แต่มันเป็นการปรับที่ค่อนข้างจะรุนแรงเพราะไม่ได้ค่อยๆปรับเหมือนคนปกติเขา ทำให้ผมเป็นทุกข์กับชีวิตพอสมควรครับ

และนิสัยหลายๆอย่างของผมในตอนนั้น ทำให้ผมไม่ยอมปรึกษาทางบ้านครับ ผมเลยต้องหาทางออกให้ตัวเอง โดยการขอให้แม่พาไปพบจิตแพทย์ (ผมไม่ได้บ้าคร้าบบ !!) ผมแค่ต้องการปรึกษาผู้ใหญ่ซักคนครับ…

ชีวิตม.ปลายมีแต่ความสับสนไปซะหมดทุกเรื่อง ไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ควรทำยังไง ทำยังไงถึงจะแก้ปัญหาได้ ควรวางตัวยังไง สารพัดครับ 55+ นี่แหละ เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

จนเวลาผ่านไป ผมค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มรู้ว่าในเวลาต่างๆควรจะทำยังไง รวมกับได้อาจารย์หลายๆท่าน ทั้งเป็นคนจริงๆและหนังสือคอยชี้แนะ ตอนนี้ผมคิดว่าผมเองพอใจกับชีวิตที่ผมเป็นอยู่ในทุกๆวันนี้แล้วครับ

(แต่ยอมรับว่าผมก็ยังขาดทักษะทางสังคมในระดับนึง 55+)

—————————————————-

5.สมัยก่อนผมเป็นคนขี้เก๊กมากครับ 555+ แม้ว่าในใจลึกๆจริงๆสาเหตุที่เก๊กเป็นเพราะ “ขี้อาย”ครับ เป็น effect ของข้อ 4 ที่ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงในบางสถานการณ์ ก็เลยพยายามทำตัวให้มันปกติไว้ แต่คนอื่นมองมามันไม่ปกติไงครับ แถมไม่ปกติมากๆด้วย 55+ เขาก็เลยมองว่าผมขี้เก๊กครับ

แล้วทีนี้มันมีครั้งนึงที่ไปเก๊กจนเกิดเรื่อง ก็คือในระหว่างที่ผมขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน กำลังจะออกจากมหาวิทยาลัย (โรงเรียนสาธิตอยู่ในมข.) มีรุ่นน้อง(ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่)กลุ่มนึงกำลังนั่งอยู่ป้ายรถเมล์ทางฟากตรงข้ามของถนน เขาเรียก “พี่รัฐ” (สมัยม.ปลายผมเองก็แอบ Pop ในระดับนึงครับ แหม 55+) ผมเองก็กลับไปมอง ด้วยความขี้เก๊ก ผมก็เลยมองไปด้วยแล้วเก๊กไปด้วย 555+ (กะให้อารมณ์ประมาณพี่คล้าวใน FF7:AC ตอนขับมอไซค์)

ปรากฏว่า หันหน้ากลับมามองถนนอีกที

“ตู้มมม”

ชนรถสองแถวข้างหน้าเต็มๆ ต่อหน้ารุ่นน้อง(ผู้หญิง) ร่วม 20 คนได้ T_T เป็นอะไรที่อายแทบแทรกแผ่นดินหนี อารมณ์ตอนนั้น แบบไม่มีความเจ็บอยู่ในหัวเลย ตูน่าจะสลบไปให้มันรู้แล้วรู้รอดไม่น่าตื่นมารับสายตาอัน…จากคนนับ 30 เล้ยยย (รวมคนบนรถเมล์) แต่พอดีมันเลือดออกก็เลยต้องไปทำแผล ผมเก๊กเจ็บสุดชีวิต เอามือกุมหน้าผาก ไม่มองใคร (จริงๆคือไม่มีหน้าไปมองครับ 55+) นั่งบนรถสองแถวที่ผมไปชนเขาไปโรงพยาบาล เพราะรถสองแถวมันก็กลัวเป็นคดีวุ่นวายก็เลยไปส่งผมให้ผมไม่เอาเรื่อง (จริงๆรถสองแถวก็เบรคกะทันหันด้วยครับ แต่ผมก็ผิดที่ไม่มองถนน)

สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ คนไหนเห็นผมเก๊กใส่ ให้รู้ไว้เลยว่าตอนนั้นผมกำลัง”อาย”อยู่ครับ 55+ (ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะไม่ค่อยได้เก๊กแล้วก็เถอะ)

—————————————————-

ช่างเป็นการถากที่ยาวเหลือเกิน ยาวพอๆกับหน้า FAQ เลยให้มันได้งี้ดิ จริงๆตอนแรกว่าจะอัพสั้นๆ 55+ แก่มาเริ่มระลึกความหลัง

จบแต่เพียงเท่านี้ครับ

ปล.
-ไม่ขอถากต่อละกันนะครับ เพราะคงเล่นกันหมดแล้ว ส่วนบักต้นก็ถากตัวเองไปละกัน 55+
-เปลี่ยนแล้ว เพื่อความสนุกในชีวิต กระผมขอถากบุคคลต่อไปนี้ครับ หึๆ บักต้น บูติค แป๋วแหวว น้องยุ้ย และพี่ฟิว ครับ

Comments (15)

Category: My Nonsense

Hello !!

สวัสดีครับ ยินดีต้องรับสู่ Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น ก็อยู่มาได้ 1 ปีแล้วนะครับ สำหรับบลอกเดาๆบลอกนี้ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมกันนะครับ ^ ^ 1 ปีต่อจากนี้ก็ไม่รู้มันจะเป็นยังไงต่อไปเหมือนกันครับ อาจจะไม่ค่อยได้อัพบ่อยเท่าใดนัก อาจจะมีสาระน้อยลง อาจจะเห็นแก่เงินมากขึ้น ก็นไม่ทราบเหมือนกันครับ 55+