Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น

1 Litre of Tears : ซีรีย์ที่คู่ควรกับคำว่า “สุดยอด”

Writing by rathjungzz on Thursday, 12 of April , 2007 at 2:16 pm

จริงๆตั้งใจไว้ว่าจะมาอัพเรื่องที่ไปนอนโรงบาลมาคืนนึง และไม่ตั้งใจว่าจะอัพเรื่องซีรีย์ญี่ปุ่นสองครั้งติดกัน

แต่เรื่องนี้…เพิ่งดูจบเมื่อวาน …สุดๆจริงๆครับ “1 Litre of tears” หรือชื่อที่หลายๆคนตั้งให้ว่า “(ซีรีย์ที่จะทำให้คุณเสีย) น้ำตา 1 ลิตร” อัพครั้งนี้ยาวมาก แต่เรื่องนี้อยากให้ดูจริงๆครับ

ผมเองดูซีรีย์ญี่ปุ่นมาก็พอควรเหมือนกันครับ แต่สำหรับเรื่องนี้ ผมยกให้เป็น”ที่สุด”จริงๆครับ ซีรีย์บ้าอะไร มีอะไรให้คิดได้”ทุกตอน” จริงๆครับ ทั้ง 11 ตอนของซีรีย์ มีเรื่องให้ผมเอามาคิดมาเขียนลงบลอก 11 เรื่องได้สบายๆ จะไม่มานั่งไล่หรอกนะครับว่าอะไรบ้าง สำหรับเรื่องนี้ คำสั้นๆที่ผมเอ่ยถึงมันคือ “ไม่ควรพลาด“ครับ

เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สร้างมาจากหนังสือไดอารี่ของ คิโตะ อายะ (ดัดแปลงเป็น อิเคอุจิ อายะ ในเรื่อง) เด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่”มีตัวตนอยู่จริงๆ“ครับ เธอป่วยเป็นโรค Spinocerebellar Degenaration แปลตามตัว คิดว่าคงแปลว่า การเสื่อมสลายของทางเดินประสาทระหว่าง Spinal Cord กับ Cerebellum น่ะครับ ในซับไทยและเวบไทยหลายๆแห่งบอกว่าเธอเสียที่แกนสมอง แต่มันตรงไหนฟะแกนสมอง - -” ผมคิดว่าบางทีน่าจะเป็น ก้านสมอง (Brain Stem) มากกว่านะครับ …อะไรเกี่ยวกับสมองทั้งหลายแหล่ เสียแล้วมันก็เสียเลยล่ะครับ แถมมีแต่จะเสียวันเสียคืนด้วย ไม่มีข้อยกเว้นต่อใครคนไหนทั้งสิ้น…

ป่วยเป็นโรคตั้งแต่อายุ 15 ปี ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร? มาได้ไง ? แต่สุดท้ายแล้ว…เริ่มจากเดินไม่ได้ ต่อมาจะพูดไม่ได้ จากนั้นก็กินไม่ได้ สุดท้ายก็คือนอนรอความตาย…น่าเศร้าเหลือเกินสำหรับเด็กสาวอายุเท่านี้

ดูเรื่องนี้แล้วได้หยุดหันมามองตัวเองหลายต่อหลายเรื่องครับ…

อายะจังคิดมาตลอดว่าชีวิตเธอเป็นเหมือนดอกไม้ตูมที่ยังไม่ผลิบาน ยังมีอะไรให้เธอทำอีกเยอะแยะมากมายในโลกใบนี้ เธอเพิ่งสอบเข้าได้โรงเรียนที่มีชื่อด้านการเรียน (อารมณ์ประมาณเตรียมอุดมฯ ไม่ก็สาธิตมข.น่ะครับ -เอ่า เหรอ อันหลังไม่เกี่ยวเหรอ - -”) กำลังจะได้เล่นบาสที่เธอชอบ กำลังถูกรุ่นพี่ที่แอบปลื้มมานานสนใจ(จะได้จูงมือกันไปเดินเปิดท้ายวันหยุดแถวหอกาญจน์) ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลงไปหมดครับ

จากเด็กสาวธรรมดามากๆ (แค่โคตรสวย เรียนเก่งแถมเจือกเป็นนักบาสอีก - -”) สู่การเป็นคนพิการในเวลา 5 ปี อายะจังต้องสูญเสียสิ่งที่เธอทำได้ทีละอย่างๆในแต่ละวันที่ใช้ชีวิตไป ทุกครั้งที่เวลาของหนึ่งวันหมดลง เธอต้องทำใจไว้แล้วว่าวันพรุ่งนี้ต้องมีสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้ในวันนี้ …แล้วเราล่ะครับ ทุกวันนี้เรา “ฆ่า”เวลาทิ้งไปวันๆกันขนาดไหนแล้ว

ตอนที่งานเขียนของอายะจัง เริ่มเป็นกำลังใจให้ผู้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้มากมาย เธอเองเพิ่งจะ 20 ครับ ซึ่งเป็นช่วงอายุที่เธอเขียนหนังสือแทบจะไม่ได้แล้ว(เห็นสภาพภาพตอนเธอเขียนแล้วเจ็บสุดๆ) แต่เธอก็ยังเขียนมัน…เขียนให้กับทุกคน ให้ทุกคนมีแรงที่จะต่อสู้กับโรคร้าย แล้วเราล่ะ… 20 แล้ว เราทำอะไรอยู่…. เราใช้”เวลา”ของเราทำอะไรอยู่ครับ…

ดูเรื่องนี้แล้ว จะได้เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ไม่มีเขียนไว้ในหนังสือครับ ไอ้ 5 stages บ้าบอ of อะไรซักอย่าง ที่เป็น 5 ขั้นของการตอบสนองของผู้ป่วยต่อโรคร้ายนั่นน่ะครับ มีให้เห็นครบทุกข้อ ตั้งแต่การปฏิเสธยันการยอมรับในโรค ได้เห็น nystagmus, finger to nose test, tremor, ataxia สารพัดครับ เห็นแต่ละครั้งก็สะเทือนใจสุดๆแบบว่า โธ่ ไม่นะ… ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกที่เห็นภาพของสิ่งเหล่านี้ในการอ่านหนังสือไปสอบ ที่ออกอารมณ์ว่า อ๋อ เหรอ เป็บแบบนี้เหรอ..แค่นั้น…แล้วก็จบไป…แต่ภาพของอายะ กลับติดตาเหลือเกิน…

ได้เห็น”ผลกระทบ” ในหลายๆด้านของโรคนี้ที่เกิดต่อเธอ ต่อครอบครัว ต่อคนรอบข้าง

ได้ทบทวนตนเอง ว่าจริงๆแล้วเรารู้สึกยังไงเวลาเราเห็นคนพิการ เราเห็นเขาเป็นส่วนเกินของสังคม เป็นคนไร้ประโยชน์ หรือว่าสงสารเขา… ผมเองก็ไม่รู้ว่าในใจลึกๆของผม จริงๆเลือกข้อไหนมากน้อยแค่ไหนกันแน่ แต่ความรู้สึกผมตอนนี้ พวกเขา…ก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมครับ… เป็นส่วนหนึ่งจริงๆ

ฮารุโตะ (คนละคนกับบักรุ่นพี่นั่นนะครับ) แฟนของอายะจังเป็นคนลูกผู้ชายที่น่านับถือมาก นายสุดยอดจริงๆ (อาจดูไม่หล่อเท่าไหร่แถมบางครั้งก็ทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา แต่ถึงชอทโชว์เท่มันก็เท่ได้ใจจริงๆ) ถึงแม้อายะจังจะเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังคอยมาดูแลตลอด ทั้งๆที่ตัวมันเองก็เรียนหมอ แถมเหมือนว่าสาวจะกรี๊ดเยอะ (พอดีสงสัยที่นู่นเขาว่ามันหล่อ) (แก้ครับ…ถ้าเป็นเรื่องอื่นผมทรงอื่นมันหล่อจริงๆครับ) หันมามองย้อนดูตัวเอง แล้วตูล่ะ เฮ้อ…ทำตัว - -” ผมชอบประโยค(ที่ไม่คิดว่ามันจะพูด)ที่ว่า “ถ้าเธอเดินไม่ได้ ฉันจะมาหา… ถ้าเธอพูดไม่ชัด ฉันจะตั้งใจฟัง…”

การต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีวันชนะได้ สร้างความประทับใจขึ้นในใจหลายๆคน สำหรับผม แม้สุดท้ายเธอจะต้องตายเพราะโรคร้าย แต่เธอชนะแล้วครับ…

คำถามที่อายะจังถามแม่ของเธอว่า “แม่คะ ทำไมโรคนี้ถึงเลือกหนู” คงไม่มีใครตอบได้ แต่ถ้าให้ผมลองเดาดู… ก็คงเหมือนกับที่หลายๆคนในโลกนี้รู้สึกต่ออายะจัง นั่นก็เพราะ…”ก็เพราะอายะจังเป็นคนที่ยอดเยี่ยมไงล่ะครับ”

น้ำตา 1 ลิตรที่เธอเสียไป ไม่ได้เสียไปเปล่าๆแน่นอนครับ มันไปจุดไฟในใจของใครหลายต่อหลายคนขึ้นมาครับ …รวมทั้งผมด้วย(ถึงแม้กับตูแล้วไม่รู้ว่ามันจะดับเมื่อไหร่ก็เถอะ - -”)

ครั้งนี้ คนที่ยังไม่เคยดูอาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมเขียนไปในหลายๆเรื่อง(บักนี่บ่นอะไร - -”) แต่อยากให้ไปหามาดูจริงๆครับ มันสุดยอดจริงๆ

ขอบคุณ…ที่สร้างเรื่องราวดีๆแบบนี้ขึ้นมา

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
-เรื่องนี้มีชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า Ichi Rittoru no Namida ครับ หรือบางทีก็เขียน 1 litoru no Namida
-หนู Erika Sawajiri ที่แสดงเป็นอายะจัง ไม่รู้เดี๋ยวนี้กลายเป็นเจ้าแม่หนังนางเอกเตรียมตายหรือยังไง มีผลงานอีกเรื่องคือ A Song to the sun เห็นเขาว่าซึ้งดีเหมือนกันครับ ว่าจะไปหามาดูอยู่
-ปัจจุบันหนังสือ 1 Litre of tear ไดอารีของคิโตะ อายะ ขายได้กว่า 1.8 ล้านเล่มแล้วครับ
-ผมจะชอบการแสดงของ Erika จังมาก (นอกจากความน่ารักของเธอที่ให้หมดใจ :oops:) แต่คนที่ผมชื่นชมไม่แพ้กัน ก็คือ คิโตะ อายะตัวจริง…เห็นภาพนี้ของเธอ ที่เธอพยายามทำกายภาพบำบัดอย่างสุดใจ มันชวนให้ไฟพรึ่บๆจริงๆ…

-1 Litre of tear มีผู้คนชื่นชอบมากมาย ผมไม่เคยเห็นซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องไหนจริงๆที่จะมีคนมาช่วยกันรีวิวได้ขนาดนี้ ลองไปถามอากู๋ (google) ดูก็ได้ครับว่าเยอะขนาดไหน เอาแค่บลอกเพื่อนบ้านของผม ก็มี พี่ wat และ พี่ปัดแล้วครับ
-เรื่องนี้เพลงประกอบก็เพราะครับ ถ้าหาได้แนะนำให้โหลดทั้งอัลบั้มเลย
-แจก OST. ของเรื่องนี้ 4 เพลงครับ ฟังตอนดูเสร็จใหม่ๆอินมาก
K-Only Human (theme song เปิดตอนจบตอน)
Remioromen-Konayuki (เพลงที่เปิดตอนฉากที่เกี่ยวกับพระเอก-นางเอก)
Remioromen-9 March (เพลงที่เพื่อนในห้องร้อง)
1 Litre no Namida -Main Theme
Seimei aru Kagiri - Sub Theme

ปล.
-สังเกตนะครับ…นี่เป็นครั้งแรกจริงๆที่ผมใช้คำว่า “ไม่ควรพลาด”
-ถึงเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่หลายๆคนการันตีว่า “ร้องแน่ๆ” แต่ผมก็ยังคงรักษาสถิติไม่เคยเสียน้ำตาให้หนังเรื่องไหนไว้ได้(แอบภูมิใจ) แต่…มันซึ้งสุดๆจริงๆครับ (ทำผมน้ำตาซึมได้หลายตอน)
-การแต่งกายของอายะจัง สังเกตนะครับว่ามันไม่ได้มีอะไรมากมายเลย ไม่ต้องแต่งให้เซ๊กซี่ก็ได้ แต่เธอก็ดูดีได้ในแบบของเธอ (เพื่อนผู้หญิงคณะพ.อ่ะ ที่ตอนนี้ถึงรุ่น 30 กว่าๆน่ะ แต่งเนื้อแต่งตัวกันมั่งนะ - -”) แน่ะ มีแอบจิก
-เรื่องนี้ ใครรู้จักแล้วอยู่ใกล้ๆผม ถ้าอยากดูบอกได้เลยครับ อยากให้ได้ดูกัน…

-ซีรีย์เรื่องนี้มีจุดที่ผมแอบตะหงิดๆเล็กๆอยู่บ้างเหมือนกันครับ คือ ผมรู้สึกว่าบางชอทเหมือนผู้สร้างพยายาม”ยัดเยียด”อะไรลงไปเกินไปน่ะครับ
1.อ่ะ เช่น อายะจังเป็นเด็กที่สดใสร่าเริง อ่ะ อันนี้เข้าใจครับ แต่ลองมานึกภาพในความเป็นจริงกัน ..สมมติผมเดินออกจากบ้าน อ่ะ ไปเซเว่นละกัน ระหว่างทางเห็นสาวน้อยสดใสน่ารักวัยม.ต้น กำลังวิ่งไปโรงเรียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม(ไม่ใช่เพราะกลัวไปไม่ทัน แต่เธอสนุกกับการไปโรงเรียนคร้าบ ^ ^) แล้วจู่ๆ สาวน้อยคนนั้นก็กระโดดดึ๋งขึ้นมาซะงั้น อา…ช็อคสิครับ ความรู้สึกของผมมันคงจะแบบ เอ่อ…น้องครับ เป็นอะไรรึเปล่า -*- กระโดดทำไม… (หรือที่ญี่ปุ่นเขากระโดดกันเป็นเรื่องปกติ ออกกำลังกายยามเช้า)

2.ห้องตรวจของคุณหมออะไรซักอย่างที่เป็นแพทย์เจ้าของไข้ของอายะจัง บรรยากาศในห้องดูอึมครึมเศร้าหมองเข้ากับโรคของอายะจังอย่างมาก คนธรรมดาจิตปกติดูเขาคงไม่คิดอะไร แต่สำหรับผม…โรงบาลแกไม่มีตังค์จ่ายค่าไฟรึไงห๊า เปิดไฟหน่อยสิฟะ!! เป็นหมอโรคจิตรึไงชอบตรวจคนไข้มืดๆ - -” ยิ่งตอนมันวิจัยอะไรอยู่คนเดียวยิ่งมืดคูณสอง แถมทำหน้าเคร่งเครียด ให้อารมณ์หมอโรคจิตกำลังทำวิจัยลับมาก -*- (เอาภาพมาคอนเฟิร์มว่าเฮียแกชอบความมืด) แต่เฮียแกก็ทำให้ผมรู้สึกนะครับ…ว่าเป็นหมอดีๆนี่มันก็เท่แฮะ

-ซีรีย์ญี่ปุ่น เป็นซีรีย์ที่ดูแล้วอาจจะไม่ถึงกับสนุกหรือว่าน่าติดตาม แต่เสน่ห์ของซีรีย์ญี่ปุ่น มันอยู่ที่การ”ให้ข้อคิด”ครับ ถ้าตั้งใจดู และคิดตาม มักจะเกิดความรู้สึกว่า “เออ จริงสินะ…” ขึ้นมาเสมอ อยากให้ผู้จัดละครของประเทศไหนไม่รู้ที่ชอบจัดละครให้มีแต่คนมาตีกันให้ดู หันมาสนใจทำอะไรที่มันสร้างสรรค์บ้าง อย่าใช้เหตุผลชุ่ยๆว่า”ก็ทำมาแล้วคนดูชอบอ่ะ” งั้นแบบนี้เกิดคนดูอยากกินยาบ้าไม่ต้องไปหามาให้กินเลยเหรอฟะ - -”


Technorati : ,

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • del.icio.us
  • digg
  • Reddit
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Category: My Entertainment, My Medicine

64 Comments

Comment by wät

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 3:20 pm

ถ้าจำไม่ผิด ซีรี่ย์เรื่องนี้ติดอันดับหนึ่งที่ญี่ปุ่นในปี 2005 ด้วย ลงใน หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เรื่องนี้ผมบิตมาดูเป็น avi ซับอังกฤษก่อน ตอนดูจบใหม่ๆตอนต้นปี 2006 ชอบมา เผาแจกไปหลายคน รวมตัวซีรีย์ 11 ตอน + อัลบัมเพลงประกอบ ผลงานของ 上田益 (ueda susumu ) + ซิงเกิ้ลเพลงหลัก 3 เพลง 粉雪 (konayuki ) ที่เปิดบ่อยมากตลอดเรื่อง และ 3日9月 (sangatsu kokonoka) เพลงที่อายะเลือกเป็นเพลงประกวด ทั้งสองเพลงเป็นผลงานของวง レミオロメン (remioromen) และเพลงจบ only human ของศิลปินเกาหลี k… มี pv ด้วย เอื๊อกๆ ลง dvd 1 แผ่น เต็มพอดี คนที่ได้ไปดูก็ชอบกันทุกคนนะครับ เรื่องแบบนี้ ทำไมไม่มีคนเอาเข้ามาฉายในไทย อาจจะเป็นเพราะลิขสิทธิ์มันแพงหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้

Comment by SaNoOkGeR

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 5:38 pm

:sad: นางเอกน่ารักง่า….น่ารักมากกก
อืมมม…ซีรีส์เรื่องนี้น่าดูมาก…
(–เอามายืมดูมั่งดิ…หุหุ–)

หนังสือเรื่องนี้เราเคยเห็นเพื่อนเรามีอยู่อ่ะ
ตอนแรกไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกะอะไร…แต่พออ่านก้อแบบว่า…อืมมม..น่าสนใจดีแฮะ…
เพราะปกติเราก้อสนใจอะไรที่เป็น “ญี่ปุ่น” อยู่แล้วอ่ะ…
รู้สึก(ไปเอง)ว่า…ซีรีส์ญี่ปุ่นมันดูมีสาระกว่าของเกาหลี…
อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวอ่ะนะ…
แต่ก้อจะลองไปหามาดูละกาน…ขอบคุณสำหรับหนังดีดีนะ…

ชอบคำพูดประโยคนี้…”ใต้ฟ้าสีฟ้านี้ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
— นอกจากเราไม่ทำ ไม่ตั้งใจทำ และไม่ทุ่มเทหัวใจทำ —”:brave:

Comment by Zieghart

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 6:41 pm

รีวิวเรื่องนี้…พี่ก็อ่านมาหลายรอบแล้วเหมือนกัน แหม่…ของเค้าดีจริง :grin:

เรื่องนี้รู้สึก ITV จะเอาเข้ามาฉายแล้วด้วยมั๊ง? แล้วเร็วๆนี้กำลังจะมีตอนพิเศษด้วย ลองตามข่าวดูนะ

อา…มีซับไทยก็ไม่บอก เรื่องนี้ซับอังกฤษแปลได้มึนส์พอดู ต้องเดาเอาเองหลายรอบเหมือนกัน :roll:

โรคร้ายหลายๆโรค แค่เคยเรียนเคยฟังอย่างเดียวก็อาจจะไม่พอที่จะกระตุ้นตัวเราให้จดจำได้ แต่พอได้มาพบเจอคนที่ป่วยเป็นโรคนั้นๆด้วยตาตัวเองแล้ว น่าแปลก ที่มันสามารถฝังแน่นอยู่ในใจเราได้อย่างยาวนาน …อย่าลืมความรู้สึกที่ได้เห็นความทุกข์ของคนไข้ตรงนี้ไปนะ จะได้กระตุ้นให้เราตั้งใจเรียนไปดูแลคนอื่นได้ไง :arrow:

พูดถึงตัวโรคเอง จริงๆก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนหรอก degeneration อะไรนี่ แต่เท่าที่ดูอาการ มันน่าจะครือๆกับโรค Spinocerebella ataxia ที่แม้จะหายาก แต่ก็พอจะพบได้ในบ้านเราเหมือนกัน มันจะเสียที่พวกเส้นทางนำกระแสประสาท แล้วก็ที่ cerebellum ซะมาก อาการเด่นเลยเป็นพวกการเคลื่อนไหวแล้วก็การกะทิศทางนั่นเอง

ไม่รู้ว่า ของรัฐจะเรียนตอนไหนนะ แต่ถ้าได้ยินโรคพันธุกรรม Machado-Joseph น่ะ มันก็เป็นซับเซทของโรคนี้น่ะแหล่ะ :eek:

ตอนนี้พี่กะลังหาโนดาเมะมาดู เพราะเพื่อนแนะนำมากกกกกกก ไม่รู้ว่า ต้องหาเวอร์ชันการ์ตูนมาอ่านก่อนมั๊ยเนี่ย ฮะๆ :neutral:

Comment by bellinda

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 9:22 pm

อยากดู เอามายืมดูหน่อยได้มะ
กี่ชม. จบ อะ ตอนนี้เเอบเอียน หนัง
ละคร ซีรีย์ … :? อานะ

Comment by tonaor

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 9:51 pm

โห
อ่านแล้วรุสึกยังกะดูเอง
แถมชื่อเรื่องก็กินขาดแล้ววว
อยากดูมั่งอะ
เด๋วไปหามาดูดีกว่า
:cry:

Comment by turtledentist

Made Thursday, 12 of April , 2007 at 11:45 pm

เคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันแล้วก้อคิดว่าจะไปหามาดู…ส่วนเรื่อง a song to the sun ก้อซึ้งดีเหมือนกัน…เรื่องก้อคล้ายๆกันนั่นแหละนะ
สงสัยคราวนี้จะเสียน้ำตามากกว่า 1 ลิตร แน่ๆ

Comment by -:Natsume:-

Made Friday, 13 of April , 2007 at 1:45 am

เอาโนดาเมะมายืมมั่งสิ:evil: อยากดู

ปล.หนังที่โหลดมามันเป็นsubอังกฤษน่ะ เลยรู้เรื่องอยู่ ถ้าเกาหลีล้วนๆก็ไม่ไหวเหมือนกาน:wink:

Comment by booboo

Made Friday, 13 of April , 2007 at 7:02 am

หนังเรื่องนี้เค้าเคยอ่านวิจารณ์ของพี่ที่รัดลิ้งค์ไปก่อนหน้าที่รัดจะวิจารณ์อ่ะ รู้สึกว่าน่าดูและนางเอกก็น่ารักดี มันไม่ใช่แค่ความสนุก เพลิดเพลิน แต่มันเป็นมากกว่านั้น จะเรียกกว่า”คุ้มค่า” ได้สาระ ได้ความรู้ สุดยอด

ยังไม่เคยดูหรอก อยากดูอยู่ ให้ยืมป๊ะล่ะ

Comment by KinD_sQuaRE

Made Friday, 13 of April , 2007 at 2:15 pm

ประทับใจ…กับประโยคนี้นะ..
…”วันพรุ่งนี้ ต้องมีสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้ในวันนี้”…

ไม่รู้ว่า คิดเอง หรือ มาจากในหนังก็ตาม แต่มันก็โดนใจเรามาก
กับเวลาในแต่ละวันที่พ้นไป สิ่งที่เราได้ทำ…อาจไม่เท่ากับสิ่งที่เราสามารถ..ทำได้

เราไม่รู้หรอกว่า เราได้พลาดอะไรไปบ้าง กับบางสิ่ง ที่เราไม่ได้ทำ
แต่เราจะมาเข้าใจ ก็ต่อเมื่อ สิ่งนั้น..คือสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้แล้ว..

ดูหนังมากไป..เป็นอันตรายต่อสมองและสายตานะ [ เตือน 555 ]

Comment by TuTa Rx

Made Friday, 13 of April , 2007 at 2:26 pm

โหย!!! น่าดูอ่ะพี่
เด๋วว่างๆไปยืม……..:evil:

Comment by EUGENE

Made Friday, 13 of April , 2007 at 11:21 pm

อ่ออ..น่าดู แต่ไม่อยากร้องไห้เลย เป็นคน sensitive 555 ร้องได้ทุกฉาก

Comment by bank

Made Saturday, 14 of April , 2007 at 4:01 pm

แหะๆๆๆๆๆๆๆ

ไม่ได้มาเม็นท์ซะนานเรย คริๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตอนนี้เค้ามาเล่นสงกรานต์เชียงใหม่แหระรัดจัง โคตรสนุกแต่ก็โคตรเหนื่อยเรยว่ะ

ปิดเทอมไม่ทันไรก้อจาเปิดอีกแระ เซ็งๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปล.ซีรีส์เกาหลีไม่ค่อยได้ติดตามอ่ะ แค่ชีวิตตัวเค้าเองนี่ก้อนิยายพอแระ

Comment by หมวดเหม่อ

Made Saturday, 14 of April , 2007 at 8:24 pm

อ่า… ตามเข้ามาจากเมลของคุณรัด
ผมก้อชอบดูซีรีย์เหมือนกันครับ ถ้ามีเวลาก้อจะหามาดู
ว่างๆ จะแวะเวี่ยนมาบ่อยๆครับ :smile:

Comment by JiBby

Made Saturday, 14 of April , 2007 at 10:24 pm

หวัดดีน่ะคะเจ้าของบลอก:arrow:
พึ่งเข้ามาดูครั้งแรก แค่ครั้งแรกก็อชอบแล้วชอบความคิดของคุณเจ้าของบลอกน่ะ แล้วรูปแบบน่าสนใจดี เป็นคนมีอะไรดีดีแบบนี้มีแฟนยัง อิอิ:razz: แอบหลงรัก(ในการเขียนเข้าแร้ววววสิ):oops:
แล้วจาเข้ามาแวะเวียนบ่อยๆน่ะ ถ้าไม่ว่ากัน
…J[i]B[b]y…Crop

Comment by giff

Made Sunday, 15 of April , 2007 at 1:37 am

ไม่นึกว่าพี่รัท จะดูซีรีส์ แล้วก้อบรรยาย อะไรๆ ได้ดีแบบนี้ :smile:

อ่านแล้วก้อ ทำให้อยากดู แปลกใจๆ มีมาวิเคราะ เกี่ยวกับวิชาที่เรียนด้วย :eek: เหอะๆๆ

ดูดี ค่ะ พี่ รัท:grin:

Comment by pilyploy

Made Sunday, 15 of April , 2007 at 8:48 pm

น่าดูนะ
เด๋วนี้ติดละคร(ญี่ปุ่น)แล้วหรอ
ขอยืมเอามาดูด้วยดิ^^

Comment by (@) —(•·÷[ Magical Cat | เหมียวหง่าว ]÷·•)— (@)

Made Monday, 16 of April , 2007 at 2:33 pm

ดีงับคุณรัดจัง เอามาอ่านบล็อคคุณแล้วทึ่งในฝีมือคุณมากงับ ช่วยสอนผมให้เก่งๆเหมือนคุณได้มะงับ creative มากมาย :grin:

Comment by rathjungzz

Made Monday, 16 of April , 2007 at 4:38 pm

To พี่ wät

โห แฟนพันธุ์แท้มาเองเลยนะครับเนี่ย 555+ ผมเองก็ความรู้สึกเดียวกันครับ พอดูเสร็จแล้วเห็นว่ามันดีก็อยากให้คนอื่นดูด้วยจริงๆ เรื่องนี้เพลงเพราะดีครับ นั่งฟังทุกวันเลยช่วงนี้ 55+

To SaNoOkGeR

โดยส่วนตัวแล้ว เค้าคิดเหมือนกันว่าด้านบทเนี่ย ญี่ปุ่นดีกว่าเกาหลีหรือไทยอยู่ขั้นนึง คือเนื้อเรื่องมันค่อนข้างหลากหลายและไม่วนๆเวียนอยู่แต่กลับรักๆใคร่ๆของหนุ่มสาวต่างชนชั้นอย่างเดียว มันมีความรักในสารพัดรูปแบบ ครอบครัว เพื่อน งาน และทุกเรื่องจะขายการให้ข้อคิดนะ เค้าว่า นั่นแหละ เลยทำให้ชอบดู

ถ้าอยากดู เปิดเทอมมาบอกได้ เด๋วเอาให้ยืม ยินดีๆ :happy:

To พี่ปัด

Machado-Joseph นี่ผมก็ไม่เคยได้ยินมันเหมือนกันครับ (หรือเขาสอนมาแต่ไม่ได้ไปเรียนก็ไม่รู้ :razz:) พอเห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกอยากหาหนังหมอๆ มาดูเหมือนกันนะครับเนี่ย

ตอนนี้ซีรีย์หมอๆในสต๊ิอคของผมมี IRYU ค้างไว้อยู่เรื่องนึงเหมือนกันครับ เดี๋ยวดูเสร็จคงมารีวิวในบลอก ที่ว่าจะลองหามาดูก็มี Grey Anatomy ของฝรั่งน่ะครับ เห็นว่าดีเหมือนกัน แล้วก็ Say Hello to Blackjack ที่สร้างมาจากการ์ตูนของบูรพัฒน์

To แป๋วแหวว

เอาจริงมั้ยหนิ เดี๋ยวเปิดเทอมเอาไปให้ ถ้าจะเอาจริงคอนเฟิร์มาอีกทีละกันนะ :smile:

To บูติค

เอาดิ เดี๋ยวให้ยืมๆ อยากให้ดูกันเยอะๆ (ลองแวะเข้าไปอ่านบลอกพี่แกบ่อยๆดู เป็นบลอกนึงที่เค้าชอบมากเลย)

To KinD_sQuaRE

55+ ไม่ได้คิดเองหรอก อายะแหละพูดไว้ ชอบๆก็เลยยืมมาลง ส่วนเรื่องที่พูดก็ อืมนะ…นั่นสินะ

To JiBby

55+ ขอบคุณครํบสำหรับคำชม ดีใจนะครับที่ชอบบลอกผม (นานๆหาได้ที :lol:) เข้ามาได้ตามสบายครับ ไม่ว่าๆ (ผมออกจะโสดสนิท เอ่า ไม่เกี่ยว 55+)

ปล.ไม่มีบลอกมั่งเหรอครับ ผมจะได้แวะไปเยี่ยมมั่ง

To (@) —(•·÷[ Magical Cat | เหมียวหง่าว ]÷·•)— (@)

เย้ย ถึงกับทึ่งเลยเหรอครับ (ไท่ใช่ไรหรอก แอบเขิน 55+ :lol:) อ่าก็ดีใจครับที่ชอบ ผมเองก็คงจะไปสอนใครไม่ได้หรอกครับเพราะก็ยังเดาๆอยู่เลย นี่ก็ว่าจะลองไปซื้อหนังสือคุณวินทร์มาอ่านดูเหมือนกันเรื่อง “ยาแก้สมองผูกตราควายบิน”น่ะครับ คุรวินทร์จะมาสอนเรื่องการเขียนหนังสือจากประสบการณ์ของตัวเอง น่าซื้อครับๆ อ่ะ ก่อนจะออกทะเลมากกว่านี้ url ที่ให้มานี่คืออะไรเหรอครับ เหมือนจะไม่ใช่บลอกเลย ก็เลยไม่รู้จะเม้นท์ตอบตรงไหนอ่ะครับ

To คนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง

ขอขอบคุณที่แวะเข้ามาคร้าบบ สำหรับเรื่องนี้ใครอยากดูแล้วรู้จักผมตัวเป็นๆ + ไปหากันได้สะดวกก็บอกมาได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมให้ยืมๆ ไม่มีหวงๆ

Comment by จักร

Made Tuesday, 17 of April , 2007 at 9:33 pm

อืม น่าดูๆ
อยากดูเรื่องซึ้งๆเหมือนกัน
ว่าแค่มันกี่ชั่วโมงหรอ

————————————————————
http://www.med-kku.com Medicine Community

Comment by akatan

Made Thursday, 3 of May , 2007 at 3:51 pm

เรื่องนี้เราก้ดูค่ะ ตอนนั้นที่ดูเพราะเราชอบเรียว(พระเอก)เพราะเราต้องติดตามผลงานเรียวเลยต้องดู เหอะๆ
คือดูตั้งแต่แรกๆเลยอะค่ะ ที่เค้าเอามาฉายทางทีวีของญี่ปุ่น
ก็ดูแบบอัดเอาทุกอาทิตย์ นั้งรอนั้งลุ่นตัวโก้ง เพราะดูได้แค่อาทิตย์ละตอน
ดูไปดูมาติดค่ะ เพราะเนื้อหาดีมากกกกกกกก ซึ้งไม่ไหวแล้ว
คิดดูเรานั้งร้องไห้ สะอึกสะอื้นให้กับเรื่องนี้ทั้งๆที่แปลไม่ออก(คืออัดจากทีวีเลยไม่มีซับ!!)
ดูแล้วแบบ อายะเธอโชคดีมากๆที่มีพ่อแม่และครอบครัวที่น่ารักแล้วก็ค่อยให้กำลังใจเธอมาตลอด

แล้วที่เราประทับใจมากก็คือ อาโซคุงความรักที่มอบให้อายะทั้งๆทีรู้ว่าเอเป็นอะไร
แต่ก็ยังรักเอ พร้อมที่จะเคียงข้างเธอ โฮๆๆ ชอบมากกกก

เรื่องนี้มีspecialด้วยนะค่ะ อาโซคุงจากที่ไม่คิดจะเรียนหมอก็กลายเป็นคุณหมอเต็มตัวแล้วค่ะ
เพราะอายะจังนั่นเอง อาโซรักษาเด็กคนนึงทีมีโรดเดียวกับอายะด้วย
อย่าลืมไปหามาดูนะค่ะ ^^

Comment by nobita koong

Made Tuesday, 22 of May , 2007 at 11:31 pm

เรื่องนี้สนุกมากๆ:grin:
รับประกันล้านเปอร์เซนต์!!!:brave:
เราดูแล้วปิดไม่ลงเลยอ่า ร้องไห้เยอะจนตาบวม:fear:
หมายเหตุ: นางเอกน่ารักโคดๆ:oops:

Comment by oing

Made Wednesday, 27 of June , 2007 at 6:00 pm

:mrgreen::happy::idea::cool::leaf::twisted::mad::sad::spoiled::?:

Comment by ฮั้ว

Made Wednesday, 18 of July , 2007 at 12:04 pm

เรื่องนี้ดูแล้วประทับใจมาก โรคร้ายนี้ถ้าไม่ใจเย็นน่ารำคาญมาก คือเราก็เปนโรคกล้ามเนื้อกระตุก รักษาไม่หายเหมือนกัน แต่ประคองได้ แต่ดูแล้วซึ้งมาก ชอบครอบครับของ อายะ ให้กำลังใจดีมาก คอยช่วยเหลือตลอด ดีใจที่ดูหนังเรื่องนี้:arrow:

Comment by navigator2

Made Tuesday, 7 of August , 2007 at 4:04 am

เมื่อไหร่จะออก free TV ครับ ได้ดูแล้วอยากให้คนอื่นดูม้ง……ซึ้ง

Comment by สายฝน

Made Wednesday, 29 of August , 2007 at 12:32 pm

ได้ยินคนพูดถึงมาซักระยะ แต่เพิ่งได้ดู ดูแล้วเป็นเรื่องที่ประทับใจมากๆ มีบทที่ให้กำลังใจเยอะมาก คิดว่าน่าจะมีประโยชน์มากๆ กับคนที่ท้อแท้ หรือ ต้องต่อสู้กับโรค รวมทั้งญาติด้วย เป็นหนังที่เป็นเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วต้องบอกว่า ชอบมากๆ

Comment by Soshi

Made Monday, 3 of September , 2007 at 1:58 pm

ช็อค ตอนที่ 11 :shock:ที่ให้ จดหมาย รัก
อึ้งเลย เปงเรามั่ง คงทำไรไม่ถูก :cry:

Comment by BuBBle

Made Wednesday, 12 of September , 2007 at 10:08 am

พึ่งดูจบเมื่อวาน เสียน้ำตาไป 1 ลิตรจิงๆ :sad:
ดูแล้วดีใจที่ได้มีชีวิตอยู่และได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติ
ดูแล้วทำให้มองเห็นความสุขเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันที่เรามักมองข้ามมันไป

ขอบคุณ อายะจัง..

Comment by เด่น

Made Monday, 24 of September , 2007 at 8:23 pm

อะไรจาเศร้าได้ใจขนาดนี้ พระเจ้าจอร์ช:sad:

Comment by Skyhigh

Made Tuesday, 2 of October , 2007 at 2:05 pm

เพิ่งได้ดูจบไปเองค่ะ ประทับใจมาก ๆ ชอบอาโซคุงที่แม้จะดูเป็นคนเย็นชา แต่ก็ยังใจดีและหลั่งน้ำตาให้กับอายะตลอด ดีใจที่ไม่ได้พลาดหนังเรื่องนี้ คงเสียใจถ้าไม่ได้ดู :sad:

Comment by pooki

Made Monday, 12 of November , 2007 at 1:19 am

เพิ่งดูจบไปกำลังอินค่ะ เป็น series เรื่องแรกที่ดู 4 แผ่นได้ภายในวันเดียว ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับเพลงประกอบนะคะ

Comment by dew_bae

Made Tuesday, 4 of December , 2007 at 11:26 am

นึกว่าเรื่องอะไร เห็นคนพูดกันมากว่าเป็นซี่รี่ย์ที่เศร้า เราก้อชอบแบบดราม่าซะงั้น…. เรื่องนี้มีเก็บไว้ที่บ้านนาน 4 เดือนไม่ยักอยากดู… แต่พอรู้ว่าเป็นแบบน้ำตาถ้วมจออย่างนี้ อยากจะดูซะงั้น เศร้าจริงอ่ะเป่าน้า…. ต้องไปดูแล้วซิเรา เสียแรงที่มีแผ่น dvd อยู่ที่บ้านแต่ยังไม่ได้ดู..555+
:mrgreen:

Comment by INFINIT

Made Saturday, 8 of December , 2007 at 5:00 am

มีความหมายดีๆ
มีความรู้สึกดีๆ
มีความรู้สึกที่ดี
มีความหมายที่ดี

หลายสิ่งหลายอย่างที่ได้จากการดู 1 Litre of tears มันช่างสวยงามและน่าเศร้าจิง
เป็นหนังดีๆอีกเรื่องหนึ่งที่น่าจดจำ
ซึ้งคับ ซึ้งมากๆ ดูมา2รอบ น้ำตา เกีอบจะ2ลิตรละ ผมบ่อน้ำตาตื้นอยู่แล้วด้วย

Comment by ซึ้ง

Made Saturday, 8 of December , 2007 at 3:19 pm

แงๆๆๆๆ เรื่องนี้ดูเเล้วค่ะ
เสียน้ำตาไป10ลิตรกว่าๆ ชอบมากๆๆ เศร้าสุดยอดเลย:roll:

Comment by sunflow

Made Sunday, 9 of December , 2007 at 9:08 pm

พึ่งดูจบเมื่อคืนเอง……ร้องไห้ทุกแผ่นเลยซึ้งมากกกกก
เราชอบครอบครัวนางเอกอบอุ่นรักกันดี
…เวลาแบบนี้จะทำให้มองเห็นความรักที่มีให้กันมากขึ้นดีนะ
แหละก็ชอบพระเอกที่คอยอยู่ข้างนางเอกตลอดเลย
ไม่อยากจะคิดว่าในชีวิตจริงจะมีผู้ชายแบบนี้รึเปล่า??
……ฉากที่ชอบมากที่สุดก็เลยเป็นตอนที่อาโซตามอายะไปหลังจากที่
อายะบังเอิญมาได้ยินเรื่องที่เพื่อนในห้องพูดกันอ่ะ…….ซึ้งมากๆ

เราว่าเรื่องนี้สุดยอดเลยนะ ทำให้คิดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อไรดี:cry:

Comment by Mamiew

Made Monday, 31 of December , 2007 at 11:29 pm

เวรกำ เม้นไม่ติด อีกรอบก้อด้ายวะ
จะได้อ่านไม๊ คอมเม้นท์นี้
รัดจังอัพเรื่องนีด้วยหรอ เค้ากะลัง search คำว่า 1-litre-of-tears แล้วบล็อคนี้ดันขึ้นมาพอดี
เลยกดมาดูซะหน่อย ไม่คิดว่าจะอัพเป็นเรื่องเลยนะเนี่ย
แต่!!!! ที่จะเม้นจะมาบอกว่า :mad: มาว่า เรียวจัง ของเค้าได้งัยยยยยยย นั่นเรียวจังของเค้าน้า :sad:
confirm ว่าหล่อจิง เห็นกันมาแต่เด็กๆ กร๊ากๆๆๆๆๆ ต้องดูไกลๆนะ เพราะดูใกล้แล้วตีนกาเต็มจอ :neutral:
ยิ้มที ย่นชิบ ฮ่าๆๆๆๆๆ แต่หล่อลาก ขั้นเทพ เมื่อดูไกลๆ ฮ่าๆๆ:oops:
แถมยังหลงตัวเองสุดๆ บอกว่าตัวเองหล่อและ sexy สุดในโอซาก้า อีกแน่ะ กร๊ากๆๆๆๆ :mrgreen:
มาเม้นท์เรื่องเรียวจังโดยเฉพาะ แหะๆ เด๋วจะหามาดูมั่ง (พล่ามมานาน แต่ยังไม่ได้ดูหรอก)

Comment by babajung

Made Tuesday, 1 of January , 2008 at 3:22 pm

ปกติไม่ค่อยได้ดูหนังซีรีย์ญี่ปุ่นเท่าไหร่อ่ะครับเผอิญน้องเอามาเปิดให้ดู บอกว่าห้ามพลาด
เปิดดูด้วยกันไปทีละแผ่นๆ ยิ่งดูยิ่งอยากดูตอนต่อๆ ไป แต่เสียดายยังดูไม่จบเลยคร้าบบ
แต่บอกได้เลยว่าเยี่ยมมากๆ เป็นเรื่องที่ชอบมากที่สุดเรื่องนึงเลยทีเดียวครับ
ชอบเพลง นางเอก พระเอก พล็อตเรื่อง สุดยอด

เป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่กะลังเผชิญกะโรคภัยไข้เจ็บครับ
ขอให้อดทน และผ่านพ้นช่วงที่ยากลำบากที่สุดให้ได้.. บาจัง

Comment by pinart

Made Wednesday, 2 of January , 2008 at 6:38 pm

เป็นคนโรคจิตอ่ะพอเห็นคนพูดถึงละครเรื่องนี้แล้วก็นึกอยากดูอีกรอบอะ
เสน่หห์ของละครญี่ปุ่น็คือดูกี่รอบก็ไม่เพื่อสนุกอ่ะ
สนุกแบบเนิบๆ แบบว่ามันติดตามไปเรื่อย
แออขำอ่าว่าจะจิกอยุ่พอดีว่ามาว่าเรียวจังไม่หล่อได้ไง
ทรงอื่นมันก็หล่อเน้ ไปหาว่ามัน55
ชอบดุละครของญี่ปุ่นอ่ะแบบว่ามันลึกซึ้งอ่ะ ยิ่งคิดยิ่งสนุก
ชอบตอนที่พ่อพระเอกมาบอกแม่นางเอกว่าไม่อยากให้อยุ่กะลูกตัวเอง
ตอนเผินๆเหมือนเห้นแก่ตัวอ่าแต่ที่จริงมันเป้นรื่องที่ลึกซึ้งนะ
คนญี่ปุ่น่ะเงียบแล้วแบบบางครั้งก้อาจจะทำให้โดนเข้าใจผิดว่าเย็นชาอ่า แต่ที่จริงใจดีนะ
ไม่ได้เป้นการแสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองดี ความใจดีอยู่ที่เขาไม่ก้าวก่ายเรื่องของคนอื่นแล้วทำเรื่องของตัวเองให้สมบูรณ์ ได้วลานัดแล้วเดียวเดี๋ยวมาเมนท์ใหม่เห็นเรื่องนี้แล้วของขึ้นอยากเมนท์ยาว
เอาอีกแล้วมาละบายใส่บอล็กคนอื่น55

Comment by kRyo

Made Friday, 4 of January , 2008 at 9:16 am

ได้ดูเรื่องนี้แล้ว เพราะว่าชอบ Nishikido Ryo ……….คุณฮายะโตะในเรื่องนั่นเอง

คนอะไรไม่รู้ เท่-หล่อบาดใจมากมาก :oops::lol::oops:

ดูแล้วร้องไห้จริงจังจริงจริง :cry::cry:

Comment by Flying_dreamer

Made Sunday, 3 of February , 2008 at 11:42 pm

:shock: เรื่องนี้ได้ดูเมื่อไม่กี่วันก่อน จริงๆ ไม่ค่อยอยากดูหนังเศร้านัก เพราะมีเพื่อนบอกมาว่าเรื่องนี้เศร้ามาก เลยกะว่าจะไม่ดู แต่สุดท้าย พี่สาวก็ไปหามาดู เราเลยบังเอิญนั่งดูด้วย พอดูไปได้ไม่กี่ตอน แม่ก็มานั่งดูด้วย สรุปดูกันสามคนแม่ พี่สาว เรา ร้องไห้กันตลอด จนพ่อตกใจนึกว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกว่าชื่อเรื่องจะไม่ตรงซักเท่าไหร่ เพราะจริงๆมันมากกว่าสามลิตรอีกมั้งที่ร้องไป ทิชชู่เนี่ยเต็มถังขยะเลยทีเดียว ร้องไปซับน้ำตาไป แต่ก็ดูต่อจนจบ เศร้ากันสุดๆ

บอกได้อย่างเดียวว่าเรื่องนี้ ทำให้เรามีความรู้สึกว่า โชคดีจริงๆที่ยังมีชีวิตอยู่ และคิดว่าอยากจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าจริงๆค่ะ :arrow:

Comment by jaaomcm3

Made Wednesday, 6 of February , 2008 at 12:19 pm

เรื่องนี้ดูแล้วค่ะ ดูจนรู้สึกว่าอยากหาเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนี้จริง ๆ อยากรู้ว่าเธอเขียนอะไรไว้ในไดอารี่ อยากรู้ว่า เธอมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องกลายมาเป็นคนที่ไม่สามารถเดินได้ และอยากรู้ว่า ในชีวิตจริงของเธอที่ไม่มีอาโซคุง (เพราะอาโซคุงเป็นตัวละครที่แต่งเพิ่มขึ้นมาอีกที) เธอมีความรักไหม แล้วเธออยากทำอะไร ยิ่งในช่วงสุดท้ายของเธอ อยากรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร หลังจากอายะจากโลกนี้ไปแล้ว ครอบครัวเป็นอย่างไร น้อง ๆ ของเธอจริงๆแล้วมีกี่คน เพราะเห็นมีคนแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า เธอมีน้องสาวหนึ่งคน (คาดว่าอักโกะ) น้องชายอีกหนึ่ง และน้องสาวอีกหนึ่ง (ริกะ) แต่ในไดอารี่ กับมีน้องชายเพิ่มอีกหนึ่งคนด้วย เลย งงๆ อยู่นิดหน่อยหน่ะค่ะ

เคยอยากได้หนังสือของอายะจังมาอ่านแต่เท่าที่ทราบคือยังไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย เคยมีคนแปลไว้ที่บล๊อกประมาณสองตอน (เป็นไทย) แต่พอไปดูแล้ว บล๊อกนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว มีแต่คนแปลเป้นภาษาอังกฤษเอาไว้ แต่ยังงัยก็ยังอยากอ่านภาษาไทยอยู่ดีล่ะค่ะ

Comment by jan

Made Saturday, 22 of March , 2008 at 4:00 pm

โหพี่…แค่อ่าน review ก็ร้องไห้แล้วง่ะคะ บรรยายซะเห็นภาพเลย :cry:

Comment by Jame

Made Saturday, 5 of April , 2008 at 3:14 pm

ผมเคยดูแล้ว งับบ มีตั้ง 6 แผ่น ดีวีดี ซึ้งมากๆ ผมร้องตั้งแต่แผ่น ที่ 4 ต่อจาก 4 ก้ร้องไห้ ถึง 6 เลยย จริงๆ

Comment by yinghayoo

Made Thursday, 10 of April , 2008 at 3:49 pm

เรื่องนี้มันสุดยอดจริงๆ ยิ่งคิดว่าเป็นเรื่องจริง ยิ่งแล้วใหญ่
โรคนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าภาวะโลกร้อนซะอีก
ฟังเพลงตอนจบในแต่ละตอน ก็ร้องไห้ทุกครั้ง เพลงมันงี้ฟ่ะ ภาพมันก็เข้ากันจริงๆ
ถึงค่าลิขสิทธิ์มันจะแพง แต่โปรดเถอะ ช่องไหนก็ได้ โปรดเอามาฉาย แล้วพากย์ดีๆด้วยนะ
อย่าเอาดารามาพากย์นะ
สาธุๆ เพี้ยง

Comment by otori

Made Sunday, 20 of April , 2008 at 2:27 pm

” อย่าตัดใจ ”

ก็อยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าผ่านพ้นจุดนั้นไปแล้ว จะมีอะไรรออยู่

“ฉันเองก็เหมือนกัน พอมองอายะแล้ว รู้สึกเหมือนมีกำลังขึ้น
ทำให้ได้รู้ว่า ไม่มีเวลาที่จะมาก้มหน้า ต้องเงยหน้าแล้วก้าวต่อไป”

Comment by จตุรพร

Made Thursday, 24 of April , 2008 at 10:56 am

กำลังหาทั้งชุดมาเก็บ ผมอายุ 34 ตอนที่เส้นเลือดสมองแตกกว่าเดินแต่ละก้าว โคตรเลย
เราพยายามทุ่มเททำทุกอย่างที่เราติดค้างไว้มากกว่าจะมองว่าจะทำอะไรข้างหน้าแล้วนะ:smile: เผื่อตายไปโดยเหลืออะไรติดค้างน้อยที่สุด หลังเกิดผมพยายามทำแต่อย่างที่ว่า
สมองมันเสียมันเสียมากน่าดู มือเหลือข้างเดียวดีที่ข้างที่ถนัด พยายามทำให้เหลือน้อยที่สุด
เราตื่นขึ้นมามีอะไรทำมั้งไม่ว่างมากเหมือนเมื่อก่อน เพราะแม้แต่เดินใช้เวลา 3-5 เท่าของปรกต
เวลามีค่ามากกกก

Comment by samaw

Made Friday, 25 of April , 2008 at 2:02 pm

1 ปีผ่านไปเราเพิ่งได้ดู แต่ก็ไม่สายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นการทำสิ่งดีๆให้กับตัวเอและคนรอบข้าง… “แม้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นประโยชน์ ฉันก็จะทำ” อุอุ

ชอบเรื่องนี้มากมายเลย มีประโยคเด็ดแทงใจดำหลายประโยคเลย หนังเรื่องนี้ทำประโยชน์ให้คนเยอะมากจริงๆค่ะ

ปล.ขอแอบลิงค์มาที่นี่ให้เพื่อนๆได้อ่านคอมเม้นด้วยนะคะ แบบว่าบรรยายได้ใจจริงๆ

Comment by l"lemo...NOK*

Made Saturday, 26 of April , 2008 at 11:35 pm

นกดูเรื่องนี้แล้ววว ว*

ชอบมากๆๆ ๆ ๆ ๆๆ

เห็นว่าตอนนี้ ที่ช่องไอทีวีเก่า จะมีเรื่องนี้กลับมาฉายอีกครั้งง ง
5 พฤษภานี้ค่า สองทุ่มครึ่ง

อย่าลืมรอดูกันน่ะค๊าา า า

^______________________^~

Comment by bnt36

Made Sunday, 27 of April , 2008 at 4:06 pm

ดูแล้วเหมือนกันครับ สุดยอด มากๆ เหมือนจะทำให้คิดได้ว่า เราควรจะหา-ทำอะไรต่างที่เราคิดว่ามันมีค่ากับเรา้ ตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า รึเปล่าครับ
ให้มั่นใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างน้อยเราก็ได้ทำมาดีที่สุดแล้ว และไม่เสียดายวันเวลาที่ได้ผ่านไป คิดไปคิดมาแล้ว เราจะมั่นใจอะไรได้
้กับอนาคตของเรา ข้างหน้า ว่ามันจะเป็นยังไง จะเป็นโรค หรืออุบัติเหต ทุกๆอย่างมีสิทธเกิดขึ้นได้เสมอ ไช่ไหมครับ ไม่แน่เราเอง อาจจะเป็นแบบนั้นก็ไ่ด้ เพียงแต่อาการมันยังไม่แสดงผลเหมือนในหนังไงครับ
อายะเ่องก็คิดว่าตัวเองก็เป็นปกติ ไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย แต่ในวันหนึ่งเธอก็ได้รู้ความจริง
ว่าตัวเองมีโรคที่รักษาไม่ได้และอีกไม่นานก็ต้องจากไป แล้วตัวเราเองล่ะ จะมั่นใจได้แค่ไหน

เวลา เป็นคำที่อธิบายได้ยากจิงๆนะครับ คนเราุึุความรู้สึกต่อ วัน เวลา ที่ผ่านไป
เราจะรู้สึก และเรียกมันว่า เวลาที่มีอยู่ ไช่ไหมครับ
แต่ความรู้สึกของอายะจัง ต่อวันเวลาที่ผ่านไปของเธอ
ความรู้สึกนั้นมันคือ เวลาที่เหลืออยู่ ไช่รึเปล่าครับ
ความหมาย ความรู้สึกของคำว่า มี กับ เหลือ มันต่างกันมากเลยนะ

อยากแต่งหนังดีๆแบบนี้ได้มั่งจังแฮะ

Comment by Nyanta

Made Friday, 2 of May , 2008 at 10:01 pm

มาหาอ่านรีวิวเพราะมันกำลังจะฉายไอทีวี
เคยดูแบบไม่มีซับ ก็ร้องไห้แหลกลาญ ตอนนี้ตั้งใจจะดูให้รู้เรื่องให้จงได้ค่ะ

หนังญี่ปุ่น ดีกว่าหนังไทยหรือเกาหลีตรงที่ ไม่ได้พูดแค่เรื่องรัก นี่แหละ ที่เจ๋ง

ป.ล. พระเอกเป็นนักร้องดังค่ะ ที่โน่นเค้าว่ากันว่าหล่อมาก ฉันก็ชอบค่ะ แหะๆๆ

Comment by NN

Made Tuesday, 6 of May , 2008 at 11:22 am

555 รู้เลยว่าเด็กที่เรียนขอนแก่น (ขอนอกเรื่องหน่อยนะ) เอ ไปจูงใครเดินเปิดท้ายแถวหลังเต่าล่ะ

เข้าเรื่อง เพิ่งดูตอนแรกเมื่อวานนี้ ก็เริ่มจะร้องไห้แล้วล่ะ แต่มันทำให้คิดอะไรได้ตั้งเยอะนะ

Comment by F

Made Tuesday, 6 of May , 2008 at 1:14 pm

ดูแล้วซึ้งสุดๆ โดยเฉพาะเรื่องความรักของพ่อกะแม่และครอบครัวของอายะ

อะไรจะเป็นครอบครัวที่สุดยอดขนาดนี้ เจ๋งจิงๆ

แล้วก็ชอบรอยยิ้มของนางเอกมากๆ น่ารักสุดๆ:razz:

Comment by T^T

Made Tuesday, 6 of May , 2008 at 6:17 pm

บังเอิญได้ดูอะ ไปงานขี้นบ้านใหม่เพื่อน แล้วน้องเพื่อนนอนดูอยู่ ที่แรกก็ไม่สนใจ แต่เห็นว่านางเอกน่ารักดี อีกอย่าง แผ่นที่น้องเพื่อนดูอะ เป็น ภาษาญี่ปุ่นด้วย เราก็อ่านไม่ค่อยจะเห็นด้วย

แต่มาเห็นตอนที่น้องชายนางเอก อายเพื่อนที่เตะฟุตบอลที่สนามอะ ว่ามีพี่สาวพิการอะ แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ แต่ก็ทำให้เศร้าเลยอ่ะ เลยขอยืมมาดู แล้วก็เอามาให้เพื่อนดูต่อๆกัน

“ขอบอก ไม่มีใครที่ดูแล้วไม่ร้องไห้”

Pingback by Rachanont » Blog Archive » 5 Stages of Grief (1 Litre of Tears Case: Ep 1 - 2)

Made Wednesday, 7 of May , 2008 at 12:51 am

[…] แนะนำให้อ่านรีวิวของคุณ wät กับ น้องรัฐ […]

Comment by ตาปูด

Made Friday, 9 of May , 2008 at 9:43 pm

เคยดูแล้วค่ะชอบมากๆๆๆ ไม่คิดว่าจะมีละครดีๆแบบนี้ให้ได้ดูกันจริงๆ เห็น tesor ทางทีวีแล้วดีใจมากๆ รีบโทรบอกเพื่อนๆที่ยังไม่เคยดูให้ติดตามดู ส่วนใหญ่บอกว่าไม่ชอบละครเศร้า เราก็ไม่รู้จะเชียร์ยังไงแล้วค่ะ แต่จะพยายามเชียร์ต่อไป นสพ.ที่บ้านรับอยู่ก็ไม่เห็นลงเรื่องย่อหรือคอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยอ่ะ เห็นละครเกาหลีลงเอาๆ :twisted:

ละครทาง tpbs เรื่องต่อๆไปก็อยากให้เป็นละครญี่ปุ่นนะคะ ชอบมากๆ ดูสนุก ได้แง่คิดตลอด ขอเป็น bambino ได้มั้ยเนี่ย 14 sai no haha ก็ดี แต่เราว่า theme มันประมาณ 1 litre เลย แต่ยังไงเราก็ชอบ 1 litre มากกว่า สุดยอดจริงๆ ฉายจบแล้วอยากให้ทางสถานีทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับละครเรื่องนี้ด้วยจัง

Comment by kako

Made Monday, 12 of May , 2008 at 8:38 pm

ซีรีส์เรื่องนี้สนุกมากๆค่ะ
ดูตั้งแต่ยังไม่ได้มาฉายในประเทศไทย (ประมาณภาษาญี่ปุ่นซับไทยค่ะ)
พอมาฉายในบ้านเรา ยิ่งสนุกกว่าเดิม เพราะฟังรู้เรื่อง เหอๆ –”
พระเอกของเรื่องคือ นิชิกิโด เรียว (คือชื่อจริงเค้าค่ะ)
เป็นหนึ่งในสมาชิกวง NEWS และ KANJANI8 อยู่สองวงค่ะ เหอๆ –”
ขอแย้งเรื่องนี้นิสนึงค่ะ ที่พี่บอกว่าไม่หล่อน่ะที่จริง
…เรียวจังหล่อน๊า อย่าว่าเรียวไม่หล่อสิ อิอิ ^^
ไงก้อจะติดตามซีรีส์เรื่องนี้ ไม่พลาดแน่นอนจ้า ^^

ขอบคุณมากๆนะค๊า

Comment by zaa

Made Monday, 19 of May , 2008 at 10:41 pm

:cry:หนังเรื่องนี้มันมีวางขายแถวไหนมั่งคับพอดีผมอยู่ที่เชียงใหม่ ดูแล้วชอบมากอยากซื้อมาเก็บไว้ และราคามันเท่าไหร่คับ:cry:

Comment by Sembae

Made Tuesday, 20 of May , 2008 at 11:11 am

เพิ่งได้ดูเมื่อต้นเดือนเองครับ ติดหนึบเลย เสียดายไม่ได้ดูตอนต้น
จะมี DVD ออกมาขายมั้ยน้า

Comment by ต้น

Made Wednesday, 21 of May , 2008 at 5:10 pm

:oops: ผมชอบซีรย์เรื่องนี้มากครับ อยากสะสมมากเลย ซึ้งสุดๆเลยคับ กลั้นน้ำตาแทบไม่ใหว ยังอบร้องไห้เลย T0T :cry:

Comment by A Wonserful life

Made Wednesday, 28 of May , 2008 at 7:30 pm

http://www.youtube.com/watch?v=UNNGBDgLsbA

อันนี้แค่ เปิดนะ ยังไม่ได้รวมทุกตอนแต่เราคิดว่า อันนี้ประทับใจมากสุดแล้ว :cry:

Comment by aom

Made Tuesday, 3 of June , 2008 at 2:03 pm

ใครอยากฟังเพลงประกอบได้ที่นี่น่ะ :arrow: http://www.pingbook.com/mv/listen.php?id=39&song_id=411&listen=normalasx#

Comment by Tee

Made Sunday, 8 of June , 2008 at 12:25 am

เป็นซีรี่ที่ดีมาก ได้แง่คิดหลายๆอย่างนะ ในเรื่องของการไม่ย่อท้อต่อชีวิต การให้กำลังตัวเองและจากครอบครัว รวมถึงคนรัก เป็นซีรี่ที่ให้กำลังใจคนดูให้ดำเนินชีวิตไปอย่างคุ้มค่าในขณะเดียวกัน เรื่องนี้ต้องยกนิ้วให้จริงๆ ถึงแม้จะเป็นหนังที่เศร้ามาก พอดีเป็นคนsensitiveจัด ดูกี่รอบก็น้ำตาไหล ยอมรับโดยดี

Comment by sunster

Made Tuesday, 10 of June , 2008 at 7:14 pm

ผมชอบซีรี่อย่างนี้มาก ๆ เลยคับ อยากจะสะสมไว้จังเลย
:sad:

Comment by zaa

Made Monday, 16 of June , 2008 at 11:02 pm

มีขายที่ไหนบ้างอยากซื้อมาดู(เชียงใหม่):idea:

Comment by Tan

Made Wednesday, 18 of June , 2008 at 5:35 pm

ดูแล้วๆ เหลืิออีกสี่ห้าตอน T^T ซึ้งมาก เศร้าด้วยแต่มีข้อคิดดีๆมาให้ทุกตอนจบ ชอบไดอารี่นางเอกมากเลย “สุดยอด” จริงๆ ประทับใจมาก… มากกว่า タイヨウのうた (Taiyou no Uta) A song to the Sun อีกนะ แบบชอบมากๆ

Leave a comment

XHTML: สามารถใช้ tags ต่อไปนี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>
ตัวอย่างการใส่ลิ้งค์ พิมพ์เอานะครับ ถ้า copy จะไม่ติด
<a href="http://www.rathjingjing.com">Rath จริงๆนะไม่ใช่คนอื่น</a>
มันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ Rath จริงๆนะไม่ใช่คนอื่น