Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น

For Freshy : ทางที่ดี แต่ไม่ได้เดิน vol.1

Writing by rathjungzz on Saturday, 2 of June , 2007 at 2:52 pm

พอดีช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัยขอนแก่นครับ ปีนี้มีน้องใหม่คณะแพทยศาสตร์ทั้งหมด…กี่คนก็ไม่รู้ - -” รู้สึกจะแถวๆ 280 นี่แหละครับ (เห็นตัวเลขแล้วอดคิดไม่ได้ว่าซักวันประชากรหมอจะล้นโลกรึเปล่าสินะครับ)

สมัยผมอยู่ปี 1 เคยมีรุ่นพี่ อาจารย์หลายๆท่าน แนะนำการใช้ชีวิตในคณะแพทย์ให้ฟัง วันนี้ ก็เลยขอมาแนะนำน้องๆบ้างครับ เผื่อว่ามันจะพอเป็นแสงไฟอ่อนๆกลุ่มหนึ่งที่ช่วยส่องทางให้น้องๆ พอจะเห็นทางที่พี่ในตอนนี้เห็นว่าดี (แต่ตอนนั้นไม่ได้เดิน) ขึ้นมาบ้างครับ

จริงๆสิ่งที่อยากจะแนะนำ อยากจะบอกน้องๆ มันมีเยอะมากมายเหลือเกิน แต่ผมขอคัดมา 4 เรื่องที่ผมว่า สำคัญสุดๆแล้ว แบ่งเป็น 4 ตอนนะครับ รวมถึงตอนพิเศษอีก 1 ตอน ผมเขียนรวดเดียวจบเลย แต่แบ่งโพสท์เป็น 5 เรื่อง
ยาวมากๆ ยาวสุดๆ ไม่ต้องรีบอ่านก็ได้ครับ วันไหนว่างๆก็ค่อยมาอ่านทีละเรื่องๆไป

1.ก่อนจะเป็นหมอเจ็บ

ตั้งแต่หนังหมอเจ็บมันออกฉาย (จริงๆก็ก่อนหน้านั้นแล้วล่ะ) เหมือนมีค่านิยมอย่างนึง มีคนเห็นดีเห็นงามมากมายกับการที่จะเป็นหมอ”เจ็บๆ” เห็นว่าหมอไม่ควรจะเอาแต่คร่ำเคร่งอ่านหนังสือ ควรออกไปเที่ยวบ้าง (โดยเฉพาะตอนกลางคืน) ควรกินเหล้า ควรทำอะไรที่มันนอกกรอบบ้าง

ผมเห็นด้วยครับ…

ผมเห็นด้วยว่าการเรียนหมอนั้นไม่ควรเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียว ชีวิตนี้มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะแยะมากมาย มีอะไรมากมายที่คณะไม่ได้สอน (และไม่สามารถสอนได้)

“แต่ทั้งหมดนั้น มันต้องอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบครับ” สิ่งที่ผมอยากให้น้องมี ไม่ใช่เกรดสูงๆเวอร์ๆเกียรตินิยมบ้าบออะไรหรอกครับ แต่สิ่งที่อยากให้มีคือ “ความรู้”ครับ น้องต้องเติบโตไปเป็นหมอครับ ไม่ว่าน้องจะเข้ามาทั้งๆที่อยากเรียนคณะอะไรก็ตาม(ตอนผมเข้ามาอยากเรียนทางคอมพิวเตอร์กราฟิก) สุดท้ายเมื่อน้องมาอยู่ในคณะนี้แล้ว จบไปมันก็ต้องเป็นหมอแหละครับ (ไม่ว่าจะเป็นอยู่นานเท่าไหร่ ยังไงช่วงชีวิตนึงก็ต้องเป็นหมออยู่ดี)

การเป็นหมอที่ไม่มีความรู้มันอันตรายมากครับ เสียงโดนฟ้อง ไม่ได้รับความเคารพจากคนไข้ จากเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ที่แย่ที่สุดคือสูญเสียความภาคภูมิใจในตัวเองครับ

น้องอาจจะคิดว่าตัวเองยัง Pre-Clinic อยู่ ไม่ต้องมีความรู้อะไรมากมายก็ได้ เรียนไปชิลๆ เดี๋ยวขึ้นไปชั้น Clinic มันก็มีความรู้เองแหละ ผมเองก็เคยคิดอย่างนั้นนะ แต่มันไม่จริงหรอกครับ… ถ้าไม่มีความรู้ตอนนี้ขึ้นไปน้องก็ไม่มีอยู่ดี ผมมาเข้าใจเอาตอนปี 3 นี่แหละ เพื่อนๆหลายคนอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้มีความรู้ไปแล้ว และหลายคนก็ยังไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลยซักนิด…

ผมมาเข้าใจเอาตอนที่เห็นเพื่อนๆหลายๆคน เวลาให้เคสมาแบบว่า “คนไข้มาด้วยอาการ..blah blah..” มันตอบกันได้หมด(หรือเกือบหมด)เลยครับ อธิบายได้เป็นช็อตๆ (ถึงจะเป็นการเดาก็เถอะอย่างน้อยก็มีความรู้ไปเดาล่ะนะ) อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจาก… จากอะไรซักอย่างที่ผมได้แต่นั่งงงว่ามันมีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอฟะ - -” สิ่งที่เพื่อนๆทำได้ ผมกลับทำไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมไม่มีความรู้จริงๆ ท้ายที่สุด…ผมก็ต้องกลับไปอ่านของปี 2 ใหม่หมดอยู่ดี (ทุกวันนี้ก็ยังอ่านอยู่) ไม่งั้นก็ไม่มีความรู้ไปสอบ National License ตอนจบปี 3 (ถ้าสอบไม่ผ่านก็ไม่ได้เป็นหมอ)

แล้วอีกอย่างคือ อาจารย์เขาไม่ยอมให้น้องจบไปแบบไม่มีความรู้หรอกครับ หรือถึงอาจารย์ยอม สังคมก็ไม่ยอมหรอก ผมเลยอยากจะบอกว่า ถ้าไม่เรียนตั้งแต่ตอนนี้ ขึ้นไปยังไงมันก็ต้องเรียนอยู่ดี การเรียนเป็นสิ่งที่หนีไม่พ้นตราบเท่าที่เป็นหมอ งั้นทำไมถึงต้องไปรอเรียนเอาตอนที่สมควรจะเอาเวลาไปเรียนรู้วิชาขั้นสูงๆล่ะครับ.. เรียนมันซะตั้งแต่ตอนนี้แหละครับ

สรุป: อย่ารอให้รุ่นน้องถามแล้วไม่มีปัญญาอธิบาย อย่ารอให้อาจารย์ถามแล้วตอบไม่ได้ซักนิด อย่ารอให้เรียนซ้ำชั้น อย่ารอให้ทำคนไข้ตาย อย่ารอให้โดนฟ้อง ค่อยรู้สึกอยากมีความรู้ขึ้นมาเลยครับ (หมอจบใหม่ทำคนไข้ตายไม่น้อยครับ ที่กำลังเป็นคดีตอนนี้ก็เยอะครับ ไม่ใช่เล่นๆนะหนิ)

อยากเป็นหมอเจ็บ หมอโคม่า หมอ severe หมอติดเอดส์ (เย้ย! ไม่เกี่ยว) อะไรก็เป็นไปเลยครับ แต่ต้องมีความรู้ให้คู่ควรกับคำว่าหมอด้วยครับ

(ปล.สิ่งสำคัญคือ “ความรู้” เรื่องคะแนนเรื่องเกรดไม่ต้องไปใส่ใจมากมาย มันอยากแถมมาด้วยก็ให้มันมาครับ มันไม่มาก็ไม่ต้องไปซีเรียส)

Continue On >> For Freshy : ทางที่ดี แต่ไม่ได้เดิน vol.2

Comments (5)

Category: My Attitude, My Medicine

Hello !!

สวัสดีครับ ยินดีต้องรับสู่ Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น ก็อยู่มาได้ 1 ปีแล้วนะครับ สำหรับบลอกเดาๆบลอกนี้ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมกันนะครับ ^ ^ 1 ปีต่อจากนี้ก็ไม่รู้มันจะเป็นยังไงต่อไปเหมือนกันครับ อาจจะไม่ค่อยได้อัพบ่อยเท่าใดนัก อาจจะมีสาระน้อยลง อาจจะเห็นแก่เงินมากขึ้น ก็นไม่ทราบเหมือนกันครับ 55+