Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น

นิยายรักจริงๆนะไม่หลอก

Writing by rathjungzz on Tuesday, 10 of July , 2007 at 11:28 pm

จริงๆ ณ เวลานี้ ผมกำหนดให้ตัวเองต้องอ่านหนังสือเตรียมไปทำ Small group ในวันพรุ่งนี้ เป็นคล้ายๆกับการเอาเคสคนไข้จริงๆมาให้นักศึกษาใช้ความรู้(อันน้อยนิด - -”)ที่แต่ละคนมี ช่วยกันทำความเข้าใจตัวโรค

แต่พอดี ผมไปรับงานออกแบบลายสกรีนเสื้อของทางสโมสรนักศึกษาแพทย์มา และเพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้เอง เลยเอามาอวดให้คนชมคนด่าเล่น และอีกอย่างนึง คือผมดันรำลึกความหลังบางอย่างได้ในช่วงที่กำลังทำเสื้อตัวนี้

มีคนถามผมหลายคน ว่าตัวนี้คอนเซปท์อะไร ตอบตรงๆว่าไม่มีครับ 55+ จริงๆ ต้องบอกว่ามีอยู่ แต่มันไม่เกี่ยวกับสโมเลยซักกะติ๊ด มันเป็นการ”ระบาย”มากกว่าครับ

ทำไมต้องเป็นรูปหัวใจ ? ทำไมต้องมีอะไรมั่วๆมาอยู่รอบๆพันหัวใจไว้ ? และทำไมต้องมีเส้นกลุ่มนึงที่ผิดจากชาวบ้านยื่นเลยออกไปจากรูปตั้งไกล ?

.

และวันนี้ ก็ไรซึ่งสาระโดยสิ้นเชิงเช่นดียวกัน - -”
[เริ่มมหากาพย์นิยายรักเด็กแพทย์ ฉบับน้ำเน่าเคล้าน้ำตา]

..

ผมพบกับเธอครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีก่อนครับ…

แรกๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากนัก แค่รู้สึกว่าอยู่กับเธอแล้วมันสนุกดี เวลาเบื่อๆจากอะไรอย่างอื่นก็มาเล่นกับเธอ แต่พอดีช่วงนั้นผมยังเด็กอยู่มาก (10 ปีที่แล้วตูเพิ่งกี่ขวบเองล่ะ - -”) ไม่นานชีวิตก็มีอะไรน่าสนใจเข้ามาเยอะแยะ ผมก็เล่นไปทั่วไปทีบ(เก็บเห็ดเก็บหอยอะไรก็ว่าไป) และอีกอย่างนึงคือผมก็กำลังสนใจอีกคนนึงอยู่(สมมติชื่อ D) ผมในตอนนั้นทุ่มเทให้กับ D มากมายเหลือเกิน

เวลาผ่านไปหลายปี ตอนนั้นผมได้รับมอบหมายงานอย่างนึง ตัวผมเองไม่สามารถจะทำได้ด้วยตัวเองได้เลย ส่วน D เองก็ช่วยผมไม่ได้เช่นกัน(ทำตัวไร้ประโยชน์จริงๆ) นั่นทำให้ผมกลับไปพบกับเธออีกครั้ง การพบกันครั้งนี้ทำให้ผมพบแง่มุมแปลกๆใหม่ๆในตัวเธอมากมายที่ผมเมื่อครั้งยังเด็กไม่เคยมองเห็น (สงสัยมัวแต่เก็บเห็ด) ผมสนุกกับการอยู่กับเธออีกครั้ง แต่ช่วงเวลานั้นมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมกลับไปหา D อีกครั้ง และมีความสุขเมื่ออยู่กับ D ต่อไป… (อย่าหาว่าผมโง่ล่ะ)

(ระหว่างนั้นผมก็ไปขอให้เธอช่วยงานเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่บ่อยเท่าใดนัก เธอก็ยินดีช่วยผมเสมอ และผมก็รู้สึกดีเสมอเวลาอยู่กับเธอ…)

จนผมขึ้นม.ปลาย การเรียนในสายวิทย์และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ผมได้พบกับ D น้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เราห่างเหินกัน โดยที่ผมไม่รู้ตัว เราห่างกันเรื่อยๆ ทีละนิดๆ พอจบม.4ผมก็แทบไม่ได้พบกับ D อีกเลย…

จนตอนม.5 ผมไปสนใจเพื่อนผู้หญิงคนนึง ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรๆเอามากๆ ผมพยายามเอา”สิ่งของ”เข้าช่วยเพื่อให้เขาสนใจผมบ้าง ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้ผมต้องไปพึ่งพาเธออีกครั้ง เริ่มจากของชิ้นแรกที่เธอช่วยผมทำ เพื่อนคนนั้นเหมือนจะชอบ (รึเปล่า 55+) จุดนั้นเอง มันทำให้ผมอยากทำชิ้นต่อๆไปเรื่อยๆ และทำให้ผมไปพบเธอบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น และบ่อยขึ้นไปอีก…

ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่การทำของดูเหมือนจะกลายเป็นจุดหมายรองไปซะงั้น แต่ผมกลับมีความสุขและสนุกเหลือเกินเวลาที่ได้อยู่กับเธอ บางอาทิตย์ผมคิดถึงเธอทั้งอาทิตย์ รอวันหยุดที่จะได้ไปเจอเธอ ไปช่วยกันทำงาน แทบรอไม่ไหวจริงๆ

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จากที่เคยเจอกันแค่ตอนทำของให้เพื่อนผม เราค่อยๆใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น กลายเป็นว่าไม่ว่าผมจะมีงานชิ้นไหน งานส่งอาจารย์ งานดูเอง งานประกวด งานช่วยเพื่อน ฯลฯ เราแทบจะได้ช่วยกันทำทุกครั้ง ผมเองไม่รู้ว่า”รัก”คืออะไร แต่ถ้าจะให้ผมเลือกมาซักคนนึง ผมคิดว่าก็คงเป็นเธอคนนี้แหละครับ… นั่นเป็นจุดเริ่มต้นความฝันของผม ผมอยากจะเป็นคนที่รักเธอที่สุดในโลก…

จุดพลิกผัน…

ทางบ้านของผม สังคมโดยรอบๆตัวผมอยากให้ผมเรียนแพทย์ครับ ผมได้ยินเขาว่ากันว่าแพทย์เรียนหนักมาก (ตอนนั้นยังไม่ได้เข้ามาเรียนอ่ะ - -”) ถ้าผมไปเรียนแพทย์ ผมคงได้พบกับเธอน้อยลง หรือบางทีผมอาจจะต้องแยกจากเธอตลอดชีวิตเลยก็ได้มั้ง เพราะทางของเรามันคนละสายกันเหลือเกิน ผมเคยคิดหนีตามกันให้รู้แล้วรู้รอดหลายครั้ง แต่มาคิดถึงอนาคตตัวเองบวกกับสังคมที่คอยกดดันมา คิดถึงอะไรๆหลายๆด้าน รวมกับการที่ผมเรียนหนังสือพอไหวอยู่ ก็รู้สึกว่าน่าจะเรียนได้ …สุดท้ายผมก็หนีไม่ลงจริงๆ และเอนท์เข้าคณะแพทย์ มข.นี้

ในช่วงปีแรก การเรียนมันยังไม่มีอะไรมาก (จริงๆต้องบอกว่าผมไม่เอาอะไรมากมากกว่า) ความห่างไกลทำให้ผมคิดถึงเธอมากๆ แต่ดีที่คณะนี้ไม่ค่อยมีคนทำงานทางศิลปะ ผมเลยหาเรื่องรับงานมาเพื่อไปทำงานกับเธอได้บ่อยๆ หลายๆครั้ง เธอก็ทำให้ผมสนุกมากๆเช่นเคย เหมือนที่เคยเป็น… แน่นอน บางครั้งผมก็อดรู้สึกอยากซิ่วไปเรียนกับเธอให้มันรู้แล้วรู้รอดไม่ได้เหมือนกัน…

แต่ทว่า…มันดันมีหลายๆครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่อะไรๆมันยุ่งเหยิงไปหมด (อาจเป็นเพราะผมเปลี่ยนไป) ที่ผมเริ่มรู้สึก”เบื่อ”เธอขึ้นมาเหมือนกัน

ในช่วงปี 2 ปีแห่งความสับสน ความสับสนในชีวิตหลายๆอย่าง การเข้ามาของเรื่องใหม่ๆ ความไม่แน่ใจในความเหมาะสมที่จะเป็นแพทย์ของตัวผมเอง การบริหารเวลาที่ห่วยสุดๆ ความกดดันที่เพิ่มมากขึ้น …ความเบื่อ ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนผมทนต่อไปไม่ไหว…

สุดท้าย ผมก็คิดว่าเราคงไปกันไม่ได้ เราคงอยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้ ผมจึงขอเว้นระยะระหว่างเราออกมาหน่อย ขอเป็นนานๆเจอกันทีได้มั้ย และผมก็มีความสุขดีกับทางเลือกนั้นครับ… ผมดีใจที่ไม่ได้หนีตามกันไปเมื่อตอนนั้น

[ชักขี้เกียจเขียนแล้วแฮะ ยาวจริงวุ้ย + หมดมุข - -” ]

นี่มันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้ว ผมเคยคิดจะไปพบเธอหลายครั้ง แต่การเรียนที่ปล่อยเวลาให้ผมเป็นอิสระน้อยเหลือเกิน ทำให้ผมไม่มีโอกาสซักที ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่จะได้เจอเธออีก จนกระทั่งผมรับงานออกแบบเสื้อสโมนี้มา ผมจึงมีโอกาสได้พบกับเธออีกครั้งครับ…และคิดว่ามันคงเป็นหนึ่งในโอกาสเพียงไม่กี่ครั้ง จนกว่าผมจะเรียนจบแพทย์ หรือจนผมเป็นหมอแล้วเลยด้วยซ้ำ…

ลายสกรีนนี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสโมเลยแม้แต่นิดเดียวยกเว้นคำว่า “สโม” กับ “Medicine” แต่มันเป็นภาพที่ผมทำขึ้น”เพื่อเธอ”ครับ เป็นภาพที่แทนความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอ และแทนคำบางคำที่เป็นเหมือนความเชื่อมั่นและความหวังของผม ในเรื่องระหว่างเราสองคน

.

..

รูปหัวใจ แทนความรักระหว่างเรา…

ถึงเราจะไม่ได้พบกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ความรักความผูกพันธ์ที่เรามี จะคงอยู่ตลอดไป เป็นหัวใจที่ถูกความทรงจำมากมายผูกมัดไว้ ไม่มีวันลบเลือนไป ถึงถูกหมูแฮมขับเบนซ์ชนก็จะไม่ลบไป… (ถ้าตูไม่สมองเสื่อมไปซะก่อน - -”)

เส้นที่ยื่นออกไปจากกลุ่ม เป็นเหมือนความหวังของผม ว่าซักวันนึง ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็ตาม เราต้องได้พบกันอีกแน่ๆ ไม่ว่าเราจะพบกันในฐานะอะไรก็ตาม… แต่เราต้องได้พบกันแน่นอนครับ

..

…และนี่คือคอนเซปท์ของภาพไงล่ะครับ

[จบมหากาพย์นิยายรักเด็กแพทย์ ฉบับน้ำเน่าเคล้าน้ำตา]

.

..

อ่ะ ก็จบแล้วนะครับ ก็งงตัวเองเหมือนกันว่ากะอีแค่จะอธิบายคอนเซปท์ภาพ ตูพล่ามอะไรมาตั้งยาว - -” ช่วงแรกๆแอบไหลให้อยู่ แต่พอมาช่วงกลางๆชักเริ่มขี้เกียจ + นึกคำพูดไม่ออก 55+ หลังๆก็เลยโดนตัดจบเหมือนปาหมอนคิงนั่นแหละครับ (ปาหมอนคิงเป็นมุขในหมู่คนอ่านการ์ตูน หมายถึงการ์ตูนเรื่องชาแมนคิง ซึ่งจบได้ “ปาหมอน” จริงๆ)

ก่อนจะจบโพสท์นี้ ผมอยากจะบอกว่า

- “เธอ”ที่โดนพาดพิงมาทั้งเรื่องนี้ จริงๆแล้วผมไม่ได้หมายถึง”คน”ครับ 555+ (ถึงจะใช้สรรพนามของคนไปหลายครั้งก็เถอะ - -”)โดยนิสัยผมไม่ใช่คนที่จะมาพูดเรื่องรักๆใครๆของตัวเองลงบลอกเท่าไหร่

- “D” หมายถึง Drawing ครับ แต่ก่อนผมชอบวาดรูปมากจริงๆ ส่วน”เธอ” หมายถึง”อะไร”ก็ไปเดากันเอาเองละกันนะครับ (ไม่ใช่ Photoshop นะ - -”)

- จริงๆก็มีสาเหตุอยู่นะครับที่พล่ามมาซะยาว คือการเขียนครั้งก่อนๆของผมจะมาแนวเหตุและผลเป็นสเตปๆเป็นขั้นๆไป พี่ราม ใช้คำว่ามาสไตล์ใช้สมองซีกซ้ายหนักๆ 55+ ครั้งนี้… ผมก็เลยอยากลองเขียนให้มันใช้สมองซีกขวาดูบ้าง ดูซิจะเป็นยังไง (รู้สึกก็ไม่ค่อยจะขวาให้เท่าไหร่เหมือนกันนะ - -”)
ปาหมอนอีกครั้ง แล้วก็จบครับ !!!

—————————————————————

ปล.
-ให้มันได้งี้ดิ ว่าจะอ่านหนังสือ คืนนี้ก็ไม่ได้อ่านอีกแล้ว -*-
-จนถึงเวลาปัจจุบัน ถึงเวลาว่างที่คณะมีให้จะน้อยเหลือเกิน แต่ผมก็ยังไม่คิดว่ามัน”หนัก”นะครับ ผมเชื่อว่าศักยภาพของคนเราสามารถรับสิ่งที่หนักกว่านี้ได้อีกเยอะ

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • del.icio.us
  • digg
  • Reddit
  • Technorati
  • YahooMyWeb

Category: My Nonsense, My Portfolio

35 Comments

Comment by Nice

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 1:30 am

computer?

Comment by กขค

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 3:12 am

เว่ยยย… จุก เลยฉัน นึกว่าคน -.-
อวู๊… แต่ก็ เพลินดี เอาอีก ๆๆๆๆ 555
ชิ้นงาน (ลายเสื้อ) มันก็แน่นอน อยู่แล้ว เยี่ยม!

.
..

ปล. ลุ้นใจแทบขาด นี่ก็คือ ไม่ดินสอ EE ก็ไรซักอย่างแหละวะ เพลต ไรว่าไป
ไม่ก็ คณะศิลปกรรม หยังบู๊น่ะ เดาไปทั่วไปทีปละ งอล (5555)

Comment by Jap,Ed KKU

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 10:48 am

:razz: +55 อ่านตั้งนาน นึกว่าคนซะอีก

Comment by ส้มๆ

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 5:29 pm

:happy: นิยายรักจริงๆนะ 55+
p.s. ชอบ ปล. อันที่ 2 อ่ะพ่อ
ช่วงนี้มีความรู้สึกว่ามันจะยุ่งอะไรนักหนา อยากนั่งหายใจเฉยๆซักพัก แต่มันจะmidtermแล้วอ่ะดิ :?

Comment by FED

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 9:11 pm

….. น่าจะลองแต่งนิยายขาย :arrow:

Comment by Y u - e i i

Made Wednesday, 11 of July , 2007 at 10:10 pm

โว้ววววว
ไม่ได้เข้ามานานเลยอ่ะ
5555

ตอนแรกอ่านไปก็งงไปอ่านะ
อ่านไปพร้อมจินตนาการไปว่า D คือใครหว่า..

ที่ไหนได้.. พออ่านจบแล้ว ซึ้งงงง
เสียเส้นเลย โดนหลอกให้คิดตั้งนาน

555

:neutral:

Comment by -:Natsume:-

Made Thursday, 12 of July , 2007 at 12:21 am

อะไรเนี่ย….
ยังไม่เนียนพอนะ อ่านแค่ย่อหน้าแรกก็รู้แล้วล่ะว่าเป็นโปรแกรมคอมอ่ะ :mrgreen:
แต่ไม่รู้ว่าโปรแกรมไร…:neutral:

ว่าแต่ท่านประธานกรุ๊ปมีแผนติวหรือยัง NL หน่ะ เอาแบบผ่าน100% นะ :evil:
(งานนี้ต้องพึ่งดร.หลิมรัตน์แล้วสินะ…)

Comment by นู๋แอร์

Made Thursday, 12 of July , 2007 at 5:02 pm

ขำ -”-

คิดด้ายยยยเนาะ

แบบเสื้อสวยดีๆ

:brave:

Comment by AoR **

Made Thursday, 12 of July , 2007 at 6:55 pm

ขอกล่าวถึง ศึกชิงเจ้ายุทธิ์….. อ่านแล้วก็อื้ม..!! ความทรงจำในครั้งนั้นย้อนกลับมาย้ำเตือนเป็นฉากๆ น้ำตาไหลพรากๆ 55++
เฮ้ย !! ชอบวิธีการเรียนแนวใหม่ของแกอยู่นะ แล้วมันจะทำได้เหรอวะ ยังไงเค้าก็ยังมีตัว inhibitor ที่คอยขัดขวางการทำงานของ ENZ. อยู่เลยว่ะ ยังไม่มีแรงบันดาลใจพอ
ก็เลยยังเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่ได้ — แค่คำว่า เบื่อ กะ เซ็ง ก็เกินพอแล้ววว…:roll:
เฮ้อ..ไม่เอาอะ ชั้นจะเป็นตัวของตัวเอง ต้องหาตัวตนให้เจอก่อน แล้วจะลงมือทำจริง
เราจะไม่ลอกเลียนแบบใคร จะตายอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย 55:brave:
สำหรับ comment นี้ แหมๆๆ…แอบหลงรักเค้าก็ไม่บอก กิ้วๆๆ:lol: 555
ก็ยังดีที่แกรู้แล้วว่า แกชอบอะไร อยากทำอะไร ก็จะได้วางแผนชีวิตเป็น step ๆไป

จนป่านนี้เค้ายังไม่รุเลยว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ ??? เฮ้อ !! ต้องทนไปอีกนานแค่ไหนกัน ( วะ )
เบื่อ…. @%#&*O(_&$^#^#(_!%^& และคำพูดที่ไม่สามารถบรรยายได้ :spoiled:

Comment by AoR **

Made Thursday, 12 of July , 2007 at 7:02 pm

ลืมบอกไป ** ชอบ ปล. อันที่ 2 เหมือนกัน ** โห พูดซะดูดีเลยว่ะ ซาบซึ้งกินใจ

ปล.
-เลิกสร้างภาพได้แล้ว… 555 ( อ้ะ ล้อเล่น ) :smile:

Comment by (เลิก)หมั่นไส้น่ะแต่ไม่แสดงออก

Made Thursday, 12 of July , 2007 at 11:27 pm

:grin: โอ้ยอ่านตั้งนาน โดนหลอกซะงั้น
รัดทำให้เค้าต้องอ่านถึงสองรอบ รอบแรกก็อ่านเฉยๆ รอบสองพอรู้เฉลยก็ได้มาอ่านใหม่อีกที
ส่วนเรื่องการอ่านหนังสือตอนไหนจะเริ่มซะที ถ้าเริ่มบอกเค้าด้วยน๊า
เย้ๆๆๆๆ :brave:…รัดเป็นประธานกลุ่มNT ให้มันได้อย่างนี้ซิ ถ้ากลุ่มรัดผ่าน 100% กลุ่มเค้าก็จะผ่าน 100%เช่นเดียวกาน
ส่วนเรื่องเสื้อ สวยดี สรุปว่าแบบนี้แน่นอนแล้วช่ายม่ะ สงสัยจะทำจนเหนื่อย :neutral:
รัดเป็นคนวาดรูปเก่งช่ายมั้ย ลองวาดแล้วเอามาโชว์หน่อยดิอยากเหน เสียดายตั้งแต่ตัวอสุจิที่รัดวาดแล้ว ยังไม่ทันเหนฝีมือเลย :spoiled:
เออ…ช่วงนี้ไม่ค่อยเหนรัดถ่ายรูปเลยอ่ะ นึกว่าจะไปเก็บรูปสาวในวัน freshy nightที่ผ่านมาซะอีก:razz:
สุดท้าย…ยังงัยก็จะขอเอาใจช่วยในการอ่านหนังสือแล้วกัน พยายามเข้าน่ะรัดจัง ( ประโยคนี้ คุ้นๆเนอะ) :wink:
ปล. หนึ่ง ส่วนเวลาว่างที่คณะมีให้เราน้อย เค้าก็คิดว่ามันไม่ได้หนักหนาอะไรมาก แต่ เค้าว่าเป็นตัวเค้าเองที่ทำให้ชีวิตของเค้ามันรู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ และบางทีก็รู้สึกว่าจะรับมันไม่ไหว :cry:
แต่ก็รู้สึกดีที่ได้เจอสถาณการณแบบนี้มันเหมือนเปนการฝึก(วิทยายุทธอะไรประมาณนั้น)เพื่อรับกับภาระที่ใหญ่หลวงในวันข้างหน้า (ที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น):roll:
ปล. จ๋อง เรื่องเน่าๆที่รัดแต่งขึ้นมา อ่านก็สนุกดี (แอบ)ขำ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างรัดในมุมนึงของชีวิตก็มีอารมณ์แบบนี้กะเค้าเหมือนกัน:oops: แอบ เป็นคนโรแมนติกอ่ะป่าวเนี้ย (ตรงไหน) :happy:

Comment by booboo

Made Friday, 13 of July , 2007 at 7:30 pm

อืม วันนี้มาแปลกแฮะ
ทำให้รู้ว่าความหมายของเสื้อสโม มันลึกซึ้งจริงๆ
การมาเรียนหมอ ก็ใช่ว่าเราจะต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างซะหน่อย เพียงแต่อาจจะได้ทำในสิ่งนั้นน้อยลง ก็แค่นั้น

เค้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ใช่คน ก็เลยไม่รู้สึกถูกหลอก และก็ไม่รู้ว่ารัดเขียนได้เนียนอ๊ะป่าว 555+
(โทดที เผลออ่านบรรทัดล่างก่อนอ่ะ)

ส่วนเรื่องเวบเค้าหรอ คือเค้าเจอที่ที่เหมาะกะเค้ามากกว่าอ่ะ แต่รัดจะเข้า-ไม่เข้า ก็ได้นะ เพราะเค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจะเขียนได้นานเท่าไหร่ (แหะแหะ แบบว่าเบื่อเร็วอ่ะ)
ก็รอๆให้มันอิ่มตัว แบบว่าชัวร์ๆก่อน ค่อยเข้าก็ได้ เหอเหอ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า..
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง
อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น
ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง
:smile:

Comment by turtledentist

Made Sunday, 15 of July , 2007 at 1:39 am

โอ้++อ่านไปก็อินไป…โดนหลอกซะงั้น…แต่อ่านไปก็เพลินดีเหมือนกันนะเนี่ย..คราวหัลงเอานิยายรักกับคนจิงๆมาเขียนดิอยากรู้ว่ามันจะเน่ากว่านี้มั้ย…^_^

Comment by _KungKung_

Made Sunday, 15 of July , 2007 at 3:41 pm

อ่านตั้งนาน โดนรัฐต้มอีกแล้ว ไปเขียนหนังสือคงได้เงินเป็นกอบเป็นกำแน่เลย แต่เรารู้น่ะว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร:arrow:

Comment by cherrychunk

Made Monday, 16 of July , 2007 at 9:44 pm

อ่านไปก็งงไป แต่ก็แอบคิดว่าเป็นคนจริงๆๆ โดนหลอกซะงั้น นึกว่าจะได้รู้ตำนานรักหนุ่มฮอตของคณะซะอีก

แอบงง คำว่า “สโม ” เขียนเป็นภาษาอังกฤษจะเข้าใจกว่าไหม สโมแบบนี้มันดูแปลกๆ กับคำว่า medicine ข้างบน แต่ก็สวยดีแล้วละ

Comment by mo

Made Tuesday, 17 of July , 2007 at 7:21 pm

อ่านมาแรกๆจะร้องไห้
พอมาแถวหลังๆ นะ…..เลย

ตอนนี้เรียนหนักมากกกก สู้ๆนะ

Comment by booboo

Made Wednesday, 18 of July , 2007 at 6:19 pm

ขอบคุณมากๆ ที่ไปคอมเม้นให้เค้า แต่ไม่ขึ้นเลยอ่ะ เสียดาย เค้าว่ามันต้องเป็นคำแนะนำดีๆ แน่เลย ยังไงก็ขอบคุณละกาน

แต่ทำไมไม่บอกเลยล่ะว่าเขียนไรบ้าง สงสัยจะยาวจริงๆ

เค้าก็เคยเป็นนะ เม้นแล้วไม่ขึ้น อารมณ์ประมาณเซ็งง่ะ (จำได้ป่ะ ที่เม้นว่า “ก็ดี” กะ “ก็โอ”) ต่อไปรัดก็ copy ไว้ก่อนส่งแล้วกัน จะได้ไม่หาย

:smile:

Comment by พี่ราม

Made Friday, 20 of July , 2007 at 5:33 pm

บทความนี้อยู่ในไดตัวเก่า
เขียนเมื่อ ตอนประมาณปี 4

อ่านแล้วขำ… เหมือนกำลังนั่งดูตัวเองสมัยก่อนที่เดินคลำๆ ทางไปเรื่อยๆ

เผื่อจะได้ idea นะน้องเอ๋ยยยย

17/10/2005 13:02:37
- - - - - - - - - - - - - -

กูขอบคุณทุกคนนะ ที่ add MSN มาถามเรื่องแม่ของกู
ขอบคุณจริงๆ….
ตอนนี้แม่สบายดี กินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ เอาไว้สอบลงกองสูติศาสตร์เมื่อไหร่คงพาแม่ไปทำ Balloon เพื่อขยายลิ้นหัวใจที่ตีบอยู่

ไม่ค่อยได้นอนว่ะ มีชีวิตอยู่ด้วยกาแฟเซเว่น
ถ้าถามกูว่าระหว่างกระทิงแดงก่ะกาแฟเซเว่นใต้หอกูอะไรมันแรงกว่ากัน อันนี้กูขอร่วมใจเชียร์กาแฟ มันสุดยอดมากจริงๆ กูพึ่งพามันมาตั้งแต่ปี 1 แล้ว สงสัยคงเรียนหมอไม่จบแน่ๆ ถ้าขาดมันไป

ช่วงนี้ไปเจอไดอารี่ชาวบ้านที่ชอบเต็มไปหมดเลย

คนเรามองเรื่องราวเรื่องเดียวกันได้หลากหลายเหลือเกิน
กูว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่เราสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ของคนอื่นผ่านตัวอักษรที่ถอดมาจากความรู้สึกของคนคนนั้น

เชื่อไหมว่ากูนั่งอ่านไดของบางคนจนเหมือนกูรู้จักกับมันมาแรมปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยคุยกันเลย
จะมีใครรู้จักกู ในแบบเดียวกับที่กูรู้จักคนอื่นอย่างนี้บ้างไหมวะ….

อาจจะฟังดูแปลกๆ ….
แต่บางทีกูก็แชร์ความฝันบางอย่างของกูไว้กับคนบางคนนะ… เข้าใจไหมวะ?
คือกูเป็นพวกหลายใจ ชอบทำอะไรหลายอย่าง กูอยากเป็นสถาปนิก กูอยากเป็นCreativeของบริษัทโฆษณา กูอยากเป็นนักเขียน กูอยากเป็นนักดนตรี กูอยากเป็นนักท่องเที่ยว กูอยากเป็นนั่น กูอยากเป็นนี่

แต่กูไม่ใช่เป็นซูปเปอร์แมนที่จะได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง

กูทำได้แค่เพียงหยิบสิ่งที่กูใฝ่ฝันมากที่สุดมาทำให้เป็นความจริงให้ดีที่สุด… ก็เท่านั้น

ฉะนั้นกูจึงเป็นสุขที่เพื่อนบางคนที่กูรู้จักจะมีหนังสือเป็นของตัวเองวางแผงรอให้ผู้เสพมาเก็บเกี่ยวเอาเรื่องราวต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมากลับไป นอนตกตะกอนเล่นในหัวสมอง

ฉะนั้นกูจึงเป็นสุขที่เห็นคนรู้จักแต่งเพลงออกมาให้กูกับคนอื่นๆ ได้ฟังแล้วก็ยิ้มตาม

ฉะนั้นกูจึงเป็นสุขที่เห็นเพื่อนที่วาดรูปสวยฉิบเป๋งคนนั้นไปเรียนสถาปัตย์แล้วก็มีแฮปปี้กับชีวิตที่เป็นอยู่ของมัน

ฉะนั้นกูจึงเป็นสุขที่เห็นหนังโฆษณาดีๆ จากฝีมือของผู้กำกับคนที่กูชอบ

กูแอบเอาความฝันของกูติดตัวชาวบ้านชาวเมืองที่กูรู้จักไปด้วยโดยไม่ให้รู้ตัว

ไม่ได้เป็นการคาดหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องทำได้ดีเลิศหรู
แต่หวังไว้ว่าความฝันที่กูแอบเอาไปติดตัวพวกเขาเหล่านั้นจะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปได้ในยามที่เจอปัญหา

เพราะอย่างน้อย… ก็มีความฝันเล็กๆ ของกูแปะไว้อยู่… ยังไงก็ยอมแพ้ไม่ได้นะเว้ย

ว่าแต่
อนาคตหมอติงต๊องอย่างกู…
ก็รับฝากความฝันมาแปะติดได้นะเฟ้ย

ไม่รับประกันว่าจะเป็นคนที่เก่งที่สุด
แต่สัญญาว่าจะพยายามตามกำลังที่มี

แค่นั้น… พอไหมนะ

- - - - - - - - - - - - - - - - -

ปล.

เรื่องอ้วกได้ใจ…
แต่ขวาอีกนิดนะน้อง ขวาอีกกกกกกกกกก ^ ^
:brave:

Comment by พี่ราม

Made Friday, 20 of July , 2007 at 5:35 pm

เออใช่… เธอคือ illustrator ใช่ไหมมม:evil:

Comment by Jap,Ed KKU

Made Saturday, 21 of July , 2007 at 10:22 am

แวะมาอีกรอบ :fear: ยังม่ะอัพเหรอ จะสอบมิดเทอมละ สู้ๆ naja~

Comment by rathjungzz

Made Monday, 23 of July , 2007 at 11:01 pm

เข้ามาแล้วก็พบว่า เฮ้ยย นี่ตูไม่เคยมาตอบคอมเม้นท์เลยนี่หว่า :eek: 55+ แอบอึ้งเล็กน้อย

อ่ะ ตอบรวมๆก่อนนะครับ

หลายๆคนที่ทายกันมาสารพัดว่าเธอคนนั้น ผมหมายถึงอะไร อยากจะบอกว่า “ไม่ถูกซักคน”ครับ 55+ มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างนามธรรมหน่อยๆอ่ะครับ ไม่เฉลยละกันนะครับ อยากคิดว่ามันเป็นอะไรก็แล้วแต่แต่ละคนเลยละกัน

ตอนนี้ชีวิต severe สุดๆ เริ่มกลับไปใช้ชีวิตแบบตอนปี 2 อีกแล้ว :cry: ไอ้ที่ว่าจะทำทั้งหลายในโพสท์ที่แล้วไปๆมาๆได้แค่ฝันจริงๆ ขนาดจะทำตัวให้เหมือนก่อนมิดเทอมยังทำไม่ได้เลยตอนนี้ โดดเรียนก็เริ่มโดด เรียนก็ไม่รู้เรื่องยิ่งอยากโดดเข้าไปใหญ่ เฮ้อ เศร้า ความหวังสุดท้ายตอนนี้อยู่ที่หยุด 4 วันนี้ต้องตามเพื่อนให้ทันให้ได้ ไม่งั้นชีวิตก็จะเละอยู่อย่างนี้แหละ :brave:

อ่ะ ตอบๆๆ เฉพาะบางอันละกันนะครับ

To -:Natsume:-

จริงๆเค้ามีแผนลับสุดยอดเอาไว้แล้วล่ะ แต่ขออุบไว้ก่อน เอาไว้ซัก 1 เดือนก่อนสอบเดี๋ยวเล่าให้ฟัง… :namo:

To อ้อสุดสวย

เอ่อ..จริงๆตอนนี้เค้าก็ยังไม่รู้นะว่าตัวเองชอบอะไร :neutral: (แต่คงไม่ใช่ชอบผู้ชายหรอกไม่ต้องห่วง หุๆ)

“สุดท้าย ผมก็คิดว่าเราคงไปกันไม่ได้ เราคงอยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้ ผมจึงขอเว้นระยะระหว่างเราออกมาหน่อย ขอเป็นนานๆเจอกันทีได้มั้ย และผมก็มีความสุขดีกับทางเลือกนั้นครับ… ผมดีใจที่ไม่ได้หนีตามกันไปเมื่อตอนนั้น” ประโยคนี้ไง ออกจะเน้นซะ…

เรื่องสอบครั้งนี้… ทำให้นึกอะไรหลายๆอย่างที่เคยลืมไปแล้วออก สมัยก่อนตอนสอบแต่ละครั้งเคยรู้สึกยังไง ตอนสอบเอนท์เคยรู้สึกยังไง (นึกไม่ถึงยุครุ่งเรืองอ่ะ - -”) มาคิดดูมันช่างต่างจากตอนนี้จริงๆ

To หมั่นไส้

เอ่อ… อยู่กลุ่มเดียวกันเหรอ ใครอ่า 55+ นึกไม่ออกจริงๆแฮะ แต่ชีวิตช่วงหลังๆเริ่มแป๊กขึ้นทุกวันๆ ทำไรก็เป็นปิ๋วๆยังไงไม่รู้ เฮ้อ… แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดนะ :brave:

เรื่องวาดรูป เดี๋ยวนี้แทบวาดไม่เป็นแล้วอ่ะ :roll: พอไม่ได้จับนานๆมันก็ฝืดไปหมด จริงๆเรื่องทำกราฟฟิคเดี๋ยวนี้ก็ฝืดสุดๆเหมือนกันนะ แอบเสียดายอยู่

ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปแล้วอ่า เกรงใจคนอ่ะ ไม่อยากยืมกล้องเลย (ไม่มีกล้องเป็นของตัวเอง จน :roll:)

พยายามเข้านะเช่นกัน ^ ^

ปล.จริงๆเค้าเป็นคนน่ารักนะ ไม่รู้เหรอ :cool:

To บู

หือ เค้าก็ไม่ได้ทิ้งมันไปซะหน่อยนะ ยังบอกอยู่เลยว่า “เส้นที่ยื่นออกไปจากกลุ่ม เป็นเหมือนความหวังของผม ว่าซักวันนึง ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็ตาม เราต้องได้พบกันอีกแน่ๆ ไม่ว่าเราจะพบกันในฐานะอะไรก็ตาม… แต่เราต้องได้พบกันแน่นอนครับ” น่านนน…

บลอกบูติค เค้าก็เข้าไปบ่อยๆอยู่นะ แต่คิดว่ามันน่าจะมีระบบป้องกันสแปมบางอย่าง ทำให้มันเม้นท์ไม่ติด ลองเชคๆดูละกัน

ที่เค้าไปเม้นท์วันนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก เค้าแค่อยากจะบอกว่า “บูติคไม่ได้โง่” จริงๆนะ และสิ่งที่บูติคขาดในสายตาเค้า ไม่ใช่ความขยันหรอก คิดดูว่าคนที่เข้าเรียนน้อยกว่าบูติค เริ่มอ่านช้ากว่าบูติค ทำไมเขาถึงได้คะแนนเยอะ ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดกว่าเรื่อง IQ หรอก แต่เขาฉลาดกว่าในเรื่องวิธีการเรียนและความตั้งใจในการสอบ

วิธีการเรียน ก็แบบการจัดระบบความคิดที่จะทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าคนที่อ่านไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นเทคนิคล่ะมั้ง (ของแบบนี้ไม่ได้เกิดจาก IQ แต่มันเกิดจากการเรียนรู้) ส่วนความตั้งใจก็แบบว่าบางคนตอนอ่านตั้งใจว่าจะต้องได้เยอะๆก็อ่านไปละเอียด ส่วนเค้าตั้งใจไว้ว่าอ่านไปแค่นี้ก็พอคะแนนออกมามันก็ออกมาแค่นี้แหละ (แล้วก็มานั่งเซ็ง :roll:)

เค้าเชื่อว่าคนเราแต่ละคนมีสิ่งที่ไม่ด้อยกว่าคนอื่นอยู่อย่างน้อยๆก็อย่างนึงแหละนะ บูติคเองก็ต้องมีเหมือนกันแหละ ค้นหามันให้เจอแล้วเอามันมาใช้ประโยชน์ในการเรียนให้ได้นะ

สุดท้ายก็ “ทำไมถึงอยากได้คะแนนดี” เค้าว่าคำถามนี้แหละเป็นตัวกำหนดความตั้งใจของแต่ละคน

พยายามเข้า :brave:

To พี่ราม

จริงๆเรื่องนี้เคยอ่านตั้งแต่อยู่สตอรี่ไทยแล้วนะครับ :grin:

แต่เคสของผมนี่ไม่ค่อยเหมือนซะทีเดียวนะครับ… คือจริงๆตอนนี้ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากเป็นอะไรกันแน่อ่ะครับ :roll: แล้วที่เคยคิดว่าอยากจะเป็นให้เป็นตอนนี้ก็ดันไม่อยากแล้วซะอีก เลยเป็นงงๆ ก็ต้องตามหากันต่อปาย… ซักวันพรหมลิขิตคงนำพาเรามาพบกัน…(ไหนๆก็เน่ามาแล้วขอเน่าต่อซักนิด - -”)

ปล.ไม่ใช่ Illustrator ครับ ผมเพิ่งเคยเล่นมันตอนปี 1 เองครับอันนั้น เธอคนนี้ขวาสุดๆเลยครับพี่ นามธรรมมากๆ 55+

Comment by (เลิก)หมั่นไส้น่ะแต่ไม่แสดงออก

Made Tuesday, 24 of July , 2007 at 5:26 pm

:shock:…..ไม่น๊า!!!!! อย่ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม (อุตส่าห์เลิกหมั่นไส้แล้วน่ะเนี้ย):spoiled:
…คะแนนแต่ล่ะวิชาก็ออกมาดีอยู่หนิ น่าจะพอใจน่ะ (หรือว่าตั้งใจให้ได้มากกว่านั้น)
…ส่วนเค้าก็ผิดหวังไป 2 วิชา แต่มันก็น่าจะเปนยังนั้นแหละ เพราะอ่านข้ามคืนจิงๆ(เหนเพื่อนบางคน อัฉริยะข้ามคืน อิจฉาอ่ะ ทามได้งัย :razz:)
…ส่วนเรื่องกลุ่มติว NT เค้าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกะรัดซะหน่อย แต่รู้ว่ารัดเปนประธานกลุ่ม เค้าไม่กล้าไปอยู่กลุ่มเดียวกรัดหรอกกลัวใจมันหวั่นไหว เพราะรัดน่ารัก ฮั่นแหน่ แอบยิ้มล่ะซิ เชื่อเหรอ เค้าล้อเล่น :fear: 5555++++
…..เปนงัยบ้างไปติว gross หั้ยน้องปี2 สนุกมั้ย งานนี้หูดำอ่ะป่าวน๊อ (น้องน่ารักหลายคนเลย)
อยากเปนน้องปี2จัง อยากรู้ว่ารัดจะพูดยังงัย เพราะส่วนมากไม่ค่อยเห็นรัดพูดเลย เปนคนพูดน้อย
…..ส่วนเรื่องการขี้เกียจเรียนช่วงหลังๆ เค้าก็รู้สึกเหมือนกัน ไม่รู้เป็นไรช่วงนี้ แถมปิด 4 วันเข้าพรรษา เค้าก็จะต่อเวลาให้รัดได้อ่านหนังสือล่ะกาน ขอไปเที่ยว (กลับบ้าน)ก่อน คือไม่ได้อ่านหนังสือแน่ๆ เริ่มไม่อยากกลับล่ะ อยากอ่านหนังสืออยู่หอ
…..ประโยคที่ว่า ปล. ที่จริงๆเค้าเป็นคนน่ารักนะไม่รู้เหรอ ขอตอบว่า ไม่บอกไม่รู้น่ะเนี้ย :evil:
ปล. วันนี้แค่นี้แหละ สะใจล่ะ :smile: ขยันๆนะ เป็นกำลังใจให้

Comment by ไม่อยากให้รู้อ่ะ

Made Tuesday, 31 of July , 2007 at 1:58 am

วิจารณ์เรื่องแบบเสื้อสโมก่อนล่ะกัน มันดูแปลกๆอ่ะที่มันมีทั้งอังกฤษกับไทย คือ สโม กะ MEDICINEแล้วก็อยากรู้ว่าเวลาทำงานน่ะทำตามใจตัวเองหรือทำตามใจลูกค้าเหรอ เค้าให้ออกแบบเสื้อสโม่ใช่เหรอ เเต่แบบที่ออกมาไม่มีความหมายถึงสโมสักนิด? หมายความว่างัย แล้วเรื่องความหมายที่เขียนมาอ่ะคิดได้อย่างนั้นจริงๆเหรอ ไอ้เส้นมั่วๆนั่นมันมีความหมายลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ เออ อยากรู้ว่าทำเสร็จแล้วค่อยหาความหมายให้มันดูสวยหรูรึเปล่า?ตอบมาตรงๆ
เรื่องการเขียนอ่ะนะ ให้นั่งอ่านตั้งนาน ก็สนุกดีอ่ะนะ ตอนแรกก็เดาไม่ออกหรอก อาจเป็นเพราะว่าไม่ค่อยได้คุยกันก็เลยไม่รู้แนวมั้งว่าจะมาแบบไหน แต่ยังงัยก็เพื่อนกัน ก็ไม่อยากให้ทิ้งความฝันหรอกนะ อุตส่าห์เกิดมามีความสามารถที่คนอื่นอีกหลายคนรวมทั้งเราไม่มี ถ้าทิ้งไปก็เสียดายแย่สิ
อยากอ่านงานเขียนที่ใช้สมองทั้งสองซีกเขียนอ่ะ ทำได้ป่าว?
ถามเรื่องทั่วไปที่ไม่เกี่วยกับงานนะ อยากรู้ว่า เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่าถ้าสมมุติรัฐยังเป็นรัฐ ที่มีความสามารถแบบนี้ นิสัยเป็นเเบบนี้ แต่หน้าตาไม่ดีอย่างที่เป็นอยู่(ความจริงในความคิดเรา ตัว ก็ไม่ได้หน้าตาดีนักหรอกนะ! ล้อเล่นน่า) จะมีคนเค้าสนใจตัวขนาดนี้มั้ย
อยากรู้ๆ ช่วยตอบด้วยนะจ๊ะ
แล้วอย่าลืมงานเขียนที่ใช้สมอง 2 ซีกด้วยนะ

Comment by rathjungzz

Made Tuesday, 31 of July , 2007 at 12:55 pm

To หมั่นไส้ ฯ

ไม่กลับไปเป็นแบบนั้นแน่นอน สัญญา :razz: ตอนนี้เค้าก็กลับไปเรียนแล้วหนิ ชิมิๆๆๆ อย่ากลับไปหมั่นไส้เลยนะ 55+

ผ่านมีนทุกวิชานะ (สรุปไมโครมันมีนเท่าไหร่หนิ -*-) แต่แบบ…ไม่รู้สิ สมัยก่อน เค้ารู้สึกว่าตัวเองมักจะได้คะแนนอยู่แถวๆต้นๆเสมอ พอมันออกมาเป็นแบบนี้ก็เลยแอบรู้สึกว่าตัวเองแย่ลงไม่ได้อ่ะ ถึงจะรู้อยู่ว่าทำตัวไปแค่นี้ก็ได้แค่นี้ก็เถอะ ก็ดีนะ เป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เค้าชอบความรู้สึกนี้นะ 55+

ติวกรอส เฮ้อ พูดเรื่องเดิมๆซ้ำ 200 กว่ารอบ วันนั้นไม่สบายด้วย เจ็บคออยู่แล้วไปพูดซ้ำอีก ก็เจ็บสุดๆ (ดีนะไม่เจ็บใจด้วย อิอิ) แต่ก็รู้สึกดีอ่ะ น้องๆน่ารักเยอะ เอ่า ไม่เกี่ยวๆ 55+ รู้สึกดีที่น้องๆเก่งกันอ่ะ ส่วนใหญ่ก็ตอบได้ ก็ดีใจกะเขาปาย…

เค้าไม่ค่อยพูดกับคนแปลกหน้าจริงๆแหละ (พอดีแม่ไม่ให้พูด 55+) ชอบทำหน้าตาไม่เป็นมิตรใส่ชาวบ้านไปทั่วด้วย เค้าไม่ค่อยเข้าไปหาใครนะ แต่ถ้าเข้ามาพูดกับเค้าเค้าก็จะพูดด้วยนะ :smile: (ถึงจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ - -”) ลองเข้ามาดูๆ 55+

เรื่องความหวัง 4 วัน เวรกำจริงๆ เละไปสอง ที่ล็อคไว้ให้พาโถเลยไม่ได้แตะเลย เซ็ง ดีที่เมื่อวานอ่านฟามาโคได้เยอะอยู่ -*- วันนี้ก็จะพยายามให้ได้เยอะที่สุดนะ :brave:

สรุปว่าตอนนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าเค้าน่ารัก :razz:

พยายามเข้านะ 55+ บายๆ

———————————————————-

To ไม่อยากให้รู้อ่ะ

คือ ต้องบอกก่อนนะว่าเค้าไม่ใช่มืออาชีพอ่า เค้าจะไม่สนุกกับมันเลยถ้ามีคนมากำหนดว่าต้องเป็นอย่างนู้นอย่างนี้นะอะไรแบบนั้น แต่จะทำเอาแต่ใจตัวเองไปหมดเลยคนที่เขามาขอให้ทำเขาไม่ชอบเลยก็คงแย่ (อย่าใช้คำว่าลูกค้าเลยเพราะส่วนใหญ่ก็เพื่อนๆกันทำให้กันฟรีๆนี่แหละ ^ ^) ถ้าเป็นงานอื่นๆที่เคยทำมา…ก็จะพบกันครึ่งทางนะระหว่างงานที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข แล้วก็พยายามจะให้คนที่ขอให้ทำชอบด้วย แต่งานนี้ ก็พี่เขาบอกมาว่า “ยังไงก็ได้” ทำมาเลยอะไรแบบนี้อ่ะ ก็เลยคิดว่า ลองทำอิสระสุดๆแบบอยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องไปสนใจอะไรเลยดูซักทีก็ดีมั้ง ไหนๆก็นานๆทีจะได้ทำซักครั้ง

เวลาเค้าทำงานพวกนี้ เค้ามักจะคิดหนักมากเกี่ยวกับเรื่องความหมายแฝงนะ ถึงคนที่มองมาจะดูว่ามันก็ธรรมดาๆ แต่จริงๆแล้วแต่ละงานที่ออกไป (ถ้าไม่ใช่งานเผาๆชุ่ยๆ)นั่งคิดนานมาก บางทีเป็นอาทิตย์เลยก็มี ครั้งนี้ไม่นานขนาดนั้น แต่ก็คิดก่อนเช่นกัน จริงๆแล้วภาพที่อยู่ในใจเค้ามันก็ไม่ได้แค่เส้นนี้หรอก 55+ แต่มีปัญญาทำออกมาได้แค่นี้อ่า T_T

ส่วนเรื่องจะฝีมือด้านนี้ ไม่ได้จะทิ้งน้าาา ยังบอกอยู่เลยว่า “เส้นที่ยื่นออกไปจากกลุ่ม เป็นเหมือนความหวังของผม ว่าซักวันนึง ไม่ว่าจะนานขนาดไหนก็ตาม เราต้องได้พบกันอีกแน่ๆ ไม่ว่าเราจะพบกันในฐานะอะไรก็ตาม… แต่เราต้องได้พบกันแน่นอนครับ” น่านนน…

ต้องบอกด้วยว่าตอนนี้มันไม่ใช่ฝันของเค้าแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร T_T “สุดท้าย ผมก็คิดว่าเราคงไปกันไม่ได้ เราคงอยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้ ผมจึงขอเว้นระยะระหว่างเราออกมาหน่อย ขอเป็นนานๆเจอกันทีได้มั้ย และผมก็มีความสุขดีกับทางเลือกนั้นครับ… ผมดีใจที่ไม่ได้หนีตามกันไปเมื่อตอนนั้น” ประโยคนี้อ่ะ ก็หมายความว่า ดีใจที่ตอนเด็กๆไม่ได้เลือกเรียนสายนั้นไง เพราะค้นพบว่าไปๆมาๆสายนั้นไม่ใช่สิ่งที่เค้าจะทำแล้วมีความสุขซะแล้ว มันเหมาะจะเป็นงานอดิเรกมากกว่าอ่ะ หรือใช้ประกอบสายอื่นๆ

เรื่องงานเขียน…ตอนนี้ออกแนวอยากเขียนไรก็เขียนมาก 55+ ไม่รับประกันนะว่าจะทำได้ อยู่ที่อารมณ์ ณ ขณะนั้นว่าอยากเขียนแบบไหน 55+ (แต่แนวขวาจัดนี่คงต้องฝึกอีกระยะ :namo:)

อ่ะ มาถึงเรื่องถ้าเค้าไม่ได้หน้าตาแบบนี้…งั้น เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เขาสนใจคนอื่นกันที่อะไรล่ะ ? (สนใจนะ ไม่ได้ชอบ ไม่ได้อะไรมากมาย) เรื่องหน้าตามันก็เป็นส่วนนึงใช่ป่าวล่ะ ถ้าเค้าไม่ได้หน้าตาแบบนี้ พูดตรงๆว่าก็คงจะไม่มีคนสนใจมากขนาดนี้หรอก โดยบุคลิกแล้วเค้าไม่ใช่คนที่มีีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเท่าไหร่ (แต่ก็พยายามปรับปรุงตัวอยู่นะ) นิสัยเค้าก็มีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย (มีส่วนดีอยู่จิงๆนะ - -”) เค้าก็เป็นคนธรรมดาๆคนนึงแหละ ก็พยายามจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่…เท่าที่จะทำได้แหละ แต่ถ้าให้เค้ามองตัวเองตอนนี้ จุดแข็งที่สุดของเค้าก็ไม่ใช่หน้าตาหรอกนะ…

อย่างน้อยๆที่สุด เค้าว่าเพื่อนของเค้า (คนที่เป็นเพื่อนจริงๆ) ก็ไม่ได้สนใจหรอกนะว่าเค้าจะหน้าตาเป็นยังไง… และก็คิดว่ามีหลายๆคนเหมือนกันที่ไม่ได้สนใจเค้าที่หน้าตา
เค้าว่าคนเราพอโตไปมันจะมีอะไรมาเกี่ยวเยอะกว่าตอนนี้เยอะนะ การที่จะมีคนมาสนใจเราเยอะน่ะ… (แต่คนที่มาสนใจ มันก็ไม่จำเป็นต้องเป็น”เพื่อน”เราหนิ) พอเราโตไป หน้าตามันก็คงลดความสำคัญลงเรื่อยๆ ก็รอดูเอาละกันว่าตอนนั้นจะยังมีคนสนใจเค้าอยู่รึเปล่า :razz: ซัก 20 ปีผ่านไป… รอดูว่าถึงยุคที่มันวัดกันที่ความสามารถล้วนๆ เค้าจะยืนอยู่จุดไหน (ก็คงเป็นจุดที่รู้สึกว่ายืนแล้ว”ลงตัว”ที่สุดสำหรับเค้าล่ะมั้ง 55+)

ตอบเป็นงงๆมะ 55+ งงอยู่ แต่ก็ช่างมันเถอะ :razz:

Comment by ไม่อยากให้รู้อ่ะ

Made Wednesday, 1 of August , 2007 at 1:45 am

พูดเหมือนน้อยใจหรือกำลังปลงอะไรสักอย่าง เราไม่ได้ว่าอะไรนะ ไม่ได้ตำหนิด้วย แค่ถามเฉยๆ เหมือนโกรธเลย เรารู้สึกผิดนะ ขอโทษด้วยละกาน
สำหรับเรานะ เราชอบและก็ตัดสินคนที่ความคิดแหละ

Comment by rathjungzz

Made Wednesday, 8 of August , 2007 at 2:15 am

To ไม่อยากให้รู้อ่ะ

ไม่หรอก ไม่ได้น้อยใจหรือปลงอะไรหรอก แต่พูดตามที่ใจคิดไม่ถ่อมตัวเลยเด๋วก็กลายเป็นว่าหลงตัวเองอีก :razz:

แง่วๆ มาขอโทษอย่างนี้ก็รู้สึกผิดเหมือนกันอ่ะ ขอโทษเหมือนกันนะที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น :roll:

ยอมรับว่าตอนอ่านครั้งแรกรู้สึกเหมืือนถูกด่าอยู่นะ - -” คือการเขียนเอามันก็เป็นแบบนี้แหละ เราไม่รู้ว่าน้ำเสียงของคนที่พูดมาเป็นยังไงไง บางทีมันก็ตีความผิดพลาดไปได้เหมือนกัน…

Comment by Y!nG

Made Saturday, 25 of August , 2007 at 2:20 am

อ่านหนังสืออยู่ จะสอบอาทิตย์หน้า อ่านไปเบื่อๆ เลยแวะดูเว็บนู่นเว็บนี่ แล้วก้อนึกถึงเว็บแกขึ้นมาได้
สะดุดตากับชื่อ post
อ่านมาทั้งหมดประทับใจก้อตรงที่ว่า ‘ศักยภาพของคนเราสามารถรับสิ่งที่หนักกว่านี้ได้อีกเยอะ’
เออ ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ก้อให้มันรู้ไปสิวะ

Comment by เต้าหู้

Made Thursday, 6 of September , 2007 at 12:16 pm

ผมก็มีนิยายรักเดี่ยวเอามาแชร์ให้ดูครับ:mrgreen:

Comment by ton MD35

Made Saturday, 13 of October , 2007 at 1:02 am

เธอคืออะไรอะครับ อยากรู้จังแฮะ
บอกผมที
เหอๆ
ไปละๆครับ

Comment by ahe

Made Saturday, 13 of October , 2007 at 5:39 am

:oops:

Comment by rathjungzz

Made Saturday, 13 of October , 2007 at 7:44 pm

ไม่บอกครับ เล่นตัว :happy:

Comment by P'pang

Made Wednesday, 21 of November , 2007 at 1:07 pm

เจ้ารัฐ …. พี่หลงอ่านตั้งนาน ก็ว่าจะได้เห็นน้องใน in love mode ซะหน่อย

เฮ้อ

:shock:

Comment by NooNie~20

Made Saturday, 5 of January , 2008 at 9:47 pm

พอรุว่า “เธอ” คืออะไร “D” คืออะไร
ความซึ้งที่มีหายโม้ด

Comment by pokaday

Made Monday, 7 of January , 2008 at 8:20 pm

“แต่ผมก็ยังไม่คิดว่ามัน”หนัก”นะครับ ผมเชื่อว่าศักยภาพของคนเราสามารถรับสิ่งที่หนักกว่านี้ได้อีกเยอะ ”

ชอบประโยคนี้จัง คิดแบบนี้มั่งดีก่า ชีวิตจะได้ดูไม่มีอะไรหนักหนาเกินไป :brave:

Comment by kof

Made Thursday, 14 of August , 2008 at 12:39 pm

สู้ๆๆๆน๊ะ:razz:สู้ๆๆๆน๊ะ

Leave a comment

XHTML: สามารถใช้ tags ต่อไปนี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>
ตัวอย่างการใส่ลิ้งค์ พิมพ์เอานะครับ ถ้า copy จะไม่ติด
<a href="http://www.rathjingjing.com">Rath จริงๆนะไม่ใช่คนอื่น</a>
มันก็จะออกมาเป็นแบบนี้ Rath จริงๆนะไม่ใช่คนอื่น