จบปี 2 แล้วนะครับ
Writing by rathjungzz on Wednesday, 2 of May , 2007 at 1:08 am
วันนี้มานั่งคุยเล่นๆ อารมณ์จิบกาแฟแล้วบ่นไปเรื่อยยามบ่าย
ใช่ครับ อย่างที่ชื่อเรื่องบอกไว้ ผมจบปี 2 แล้วนะคร้าบ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะ - -”) และตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่ในชั้นปีที่ 3 ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งสอบเอนทรานซ์ไปเองนี่นา…
ปีที่ 2 ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำหรับผม ผมตั้งชื่อให้มันว่า “ปีแห่งอนาคต” ครับ
มันเป็นช่วงชีวิตที่ผมสับสนในเรื่องอนาคตของตัวเองสุดๆ ส่งผลให้ทุกอย่างในชีวิตมันรวนไปหมด…
คำถามที่ว่า “ผมเรียนหมอไปทำไมกันนะ ?” ไม่ว่าผ่านมานานเท่าไหร่ก็ตอบไม่ได้ซักที… คำตอบของผมจะไม่ใช่คำตอบชุ่ยๆที่ว่า “มีหน้าที่เรียนก็เรียนไปเถอะ” แน่นอน…
ปีนี้เป็นเหมือนด่านทดสอบด่านหนึ่งของคนที่จะไปเป็นหมอ ผมเองตอนเอนท์เข้ามาพูดตามตรง (ครั้งที่ร้อยแล้ว) ก็เพราะสังคมมันพามานั่นแหละครับ พูดในมุมกลับอีกอย่างนึง ต้องบอกว่า จะมีกี่คนในคณะแพทย์ที่มาเพราะอยากจะมาด้วยตนเอง อย่างน้อย เพื่อนๆส่วนนึงที่ผมถามไถ่ดู ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน “ก็ไม่รู้จะเรียนอะไรอ่ะ” อ่านแล้วเห็นความห่วยของระบบการศึกษาไทยมั้ยครับ (แต่ก็เป็นความจำเป็นที่เราไม่สามารถจะมานั่งคัดเอาเฉพาะคนที่อยากเรียนหมอให้เข้ามาเรียนได้)
จริงอยู่ว่ามาเรียนในคณะแพทย์จบไปมันก็ต้องเป็นหมอสิ ใช่ครับ แต่ผมดันไม่คิดจะเป็น… หรือจะเป็น ก็เป็นแค่แป๊ปเดียวแล้วไปทำอย่างอื่น
ความสับสนทำให้ผมมองหาสิ่งที่ผมสามารถจะทำได้สารพัด ทำธุรกิจ ทำงานด้านคอม ทำไปทั่วไปทีบ ฯลฯ ผลของมันออกมาในรูปของการไม่เรียนหนังสือ ไม่อ่านหนังสือไปสอบ สารพัดครับ เป็นความ”ไม่ยอมรับ”ถึงความเป็นจริงแบบหนึ่ง จิตใต้สำนึกของผมสั่งให้ผมทำอย่างนั้นลงไป เพื่อประชดโลก… หวังลึกๆว่าทำอย่างนั้นแล้วอะไรๆมันจะเปลี่ยนไป ย้ำนะครับว่ามันเป็นจิตใต้สำนึก สิ่งที่ผมทำไปนั้น “ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม” จนได้มานั่งถามใจตัวเองดีๆนี่แหละครับถึงเข้าใจ…
สุดท้ายผมก็แค่ “หนี” เท่านั้น…หนีจากความเป็นจริง หนีจากสิ่งที่ตัวผมเองไม่ชอบ หนีจากระบบที่ผมไม่พอใจ สุดท้ายพอจะสอบก็หนีจากสิ่งที่ตัวเองไม่แน่ใจว่าจะชนะ (เพราะว่าหนีการเรียนมาตลอด)…
แต่ถึงกระนั้นก็ตามการออกนอกลู่นอกทางมันก็ทำให้ผมได้พบแง่มุมต่างๆมากมายในหลากหลายสาขาอาชีพ และเริ่มเข้าใจถึง“ความสมดุล”ของอาชีพแพทย์ เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงได้พากันอยากให้ลูกเรียนหมอ…
ผมเองในตอนนี้ แม้ระยะหลังๆจะเริ่มเห็นความเจ๋งของอาชีพนี้ (ที่บางทีเป็นมากกว่าอาชีพ) แต่ตัวผมเองตอนนี้ผมต้องบอกว่า “ผมไม่เข้าใจคำว่าหมอซักนิดเดียว” ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าที่ผ่านมานั้นไม่เข้าใจสุดๆไปเลย จริงๆครับ…อาจเพราะผมไม่สนใจที่จะรับรู้มัน อาจเพราะสภาพแวดล้อมของความเป็นหมอยังมาไม่ถึง หรือจะเพราะอะไรไม่รู้
“ปีแห่งอนาคต”จบลงแล้ว ผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้อยู่ดีว่าตัวผมเองในกระจกที่ผมอยากจะเห็นในอีก 10 ปีข้างหน้านี้จะเป็นยังไง แต่เรื่องแบบนี้…ผมเองก็ไม่อยากจะรีบร้อนที่จะด่วนตัดสินใจนัก ผมอยากจะค่อยๆเรียนรู้ด้านต่างๆให้มันมากกว่านี้ก่อนค่อยตัดสินใจ อยากจะถามตัวเองให้แน่ใจว่าอยากทำอะไรกันแน่ และนับวันทางเลือกที่ให้ผมเลือกก็ยิ่งมากขึ้นทุกที แต่ตอนนี้ก็คงทำวันนี้ให้ดีที่สุดที่จะทำได้… ทำแบบนี้ผมจะกลายเป็นคนไร้จุดหมายในชีวิตรึเปล่านะ ? หุๆ ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ แต่คิดว่านี่คงเป็นทางที่ดีที่สุดตอนนี้…
1 ปีที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ได้คำตอบ แต่คิดว่า”ได้”วิธีที่จะอยู่ร่วมกับความสงสัยมานะครับ… ผมยอมรับสภาพความเป็นจริงได้แล้ว แม้ว่าระบบการเรียนการสอนวิชาแพทย์มันจะห่วยขนาดไหน แต่การที่ผมไม่เรียนก็ไม่ทำให้อะไรมันเปลี่ยนแปลง การที่ผมไม่เรียนไม่ได้ทำให้โลกมันเปลี่ยนครับ โลกมันก็ยังอยู่ของมันเหมือนเดิม…
ปี 3 นี้ ผมตั้งใจจะให้มันเป็น“ปีแห่งวัยรุ่น”ครับ รายละเอียดถ้ามีอารมณ์จะมาพูดอีกที 55+
ปิดเทอมครั้งสุดท้ายของชีวิตครั้งนี้ เป็นปิดเทอมที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผมเช่นกัน ไม่มีครั้งไหนแล้วที่รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นได้เท่าปิดเทอมครั้งนี้… เปิดเทอมนี้ มีอะไรน่าสนุกรออยู่มากมายครับ ^ ^
ขอให้ทุกคนมีความสุขและสนุกกับการเปิดเทอมครับ…
งงมั้ยครับ 55+ ครั้งนี้ยอมรับว่าเขียนได้งงมาก…
จบครับ
———————————————–
ปล.
-ถึงโทนเรื่องมันจะดูเศร้าๆ แต่ผมไม่ได้เศร้าหรือเป็นทุกข์อะไรนะครับ ผมยังมีความสุขดีคร้าบบ ^ ^ (จะเล่นมากเดี๋ยวก็พากันไม่อิน -*-)
-ก็ครบ 1 ปีพอดีเหมือนกับกับการที่ผมเริ่มเขียนบลอก การเขียนบลอก ให้อะไรผมมากมายเกินกว่าที่คาดไว้ในวันแรกที่ตัดสินใจเขียน…ขอบคุณโลกอินเตอร์เน็ทครับ… (ทำให้ผมเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ -*-) และจากนี้คงจะเขียนต่อไปเท่าที่ทำได้ ลองดูมั้ยล่ะครับ การเขียนบลอกครั้งแรกในชีวิตของผม
Comments (26)
Category: My Nonsense
- Add this post to
- Del.icio.us -
- Meneame -
- Digg
