<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/rss2full.xsl" type="text/xsl" media="screen"?><?xml-stylesheet href="http://feeds.feedburner.com/~d/styles/itemcontent.css" type="text/css" media="screen"?><!-- generator="wordpress/2.3.2" --><rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">

<channel>
	<title>Rath จริงๆ นะ ไม่ใช่คนอื่น</title>
	<link>http://www.rathjingjing.com</link>
	<description>My Life, Computer graphic, Money, and Medical science</description>
	<pubDate>Fri, 20 Jun 2008 16:44:41 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.3.2</generator>
	<language>en</language>
			<atom10:link xmlns:atom10="http://www.w3.org/2005/Atom" rel="self" href="http://feeds.feedburner.com/rath" type="application/rss+xml" /><item>
		<title>อัพรวม 20 มิ.ย.51</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/06/20/all20jun08/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/06/20/all20jun08/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2008 16:43:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/06/20/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1-20-%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%a251/</guid>
		<description><![CDATA[สบายดีครับ
หายไปนานมาก (แถมทิ้งไว้ด้วยโพสท์แนวอยากตาย 55+) จริงๆไอ้ที่ผมมาบ่นไปครั้งที่แล้วผหายดีตั้งนานนนมากแล้วนะครับ แต่ที่ไม่อัพซักทีพูดตรงๆง่ายๆก็ขี้เกียจครับ 55+ วันนี้ขี้เกียจน้อยลงแล้วก็เลยมาอัพซักหน่อย
ผ่านศัลย์แล้ว
ผ่านมาด้วยเกรด C+ ถือว่าเป็นเกรดที่สูงมากถ้าเทียบกับการปฏิบัติตัว 55+ มันก็เป็นบล็อกแรก อะไรๆก็ยังทำไม่เป็น ต้องเรียนแบบไหนต้องทำอะไรบ้างก็ไม่รู้เลย ตอนนี้มาอยู่สูติฯแล้วก็ใช่ว่าอะไรๆจะดีขึ้น 55+ ก็อ่านหนังสือมากขึ้น(มั้ง - -&#8221;) แล้วก็ตื่นไปราวน์ทันมากขึ้น(เพราะเขาบังคับ) ดูคนไข้มากขึ้น (เพราะเขาบังคับเขียน Progress note) ตอนแรกผมชอบความเป็นอิสระที่บล็อกศัลย์มอบให้ แต่พอมาอยู่นี่แล้วก็รู้สึกว่าบางทีมันก็ต้องบังคับบ้างเหมือนกันแฮะ
บล็อกนี้ผมทำตัวค่อนข้างเยิน(แปลว่าหล่วย ทำตัวไม่ดี ขี้เกียจ อะไรแบบนั้นแหละครับ) กำลังปรับตัวจากอะไรหลายๆด้าน ทั้งด้านการเรียน(อันนี้ไม่ค่อยปรับหรอก) กับด้านอื่นๆ ผมใช้เวลาหมดไปกับการนอน นอนเกือบทุกครั้งที่มีโอกาส แต่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่ผมทำจริงๆมันไม่ใช่การนอนครับ ผมไม่ได้ง่วงเลย มันเป็นการ&#8221;คิด&#8221;ครับ ซุกหัวเข้าไปในหมอนตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วคิดอะไรอยู่คนเดียว(ฟังดูโรคจิตดีแท้น้ออ) บางครั้งการคิดก็นำความสุขมาให้ บางครั้งการคิดก็นำความทุกข์มาให้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็กลายเป็น Thinking addict ไปซะงั้น อาการนี้ดีขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับ ณ ปัจจุบันนี้ดีขึ้นมากแล้ว
แต่ก็อยากจะพูดอะไรนิดนึงเหมือนกัน โดยนิสัยผมแล้ว ผมจะไม่ไปคอยบอกใครต่อใครว่าไปทำงานนู้นงานนี้มานะ ไปเดินตามพี่มานะ เห็นผมนอนอยู่ในห้องมันไม่ได้แปลว่าผมอยู่ที่นั่นตลอด แล้วก็ อะไรที่ทำคนเดียวได้ผมก็ไม่ชอบทำหลายคน หรืออะไรที่ควรจะทำหลายคนบางทีก็ขี้เกียจตามเพื่อนก็เลยทำคนเดียวก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ผมก็จะไม่มาบ่นเหมือนกันว่ามันทำยาก โคตรเหนื่อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สบายดีครับ</p>
<p>หายไปนานมาก (แถมทิ้งไว้ด้วยโพสท์แนวอยากตาย 55+) จริงๆไอ้ที่ผมมาบ่นไปครั้งที่แล้วผหายดีตั้งนานนนมากแล้วนะครับ แต่ที่ไม่อัพซักทีพูดตรงๆง่ายๆก็ขี้เกียจครับ 55+ วันนี้ขี้เกียจน้อยลงแล้วก็เลยมาอัพซักหน่อย</p>
<p><strong>ผ่านศัลย์แล้ว</strong></p>
<p>ผ่านมาด้วยเกรด C+ ถือว่าเป็นเกรดที่สูงมากถ้าเทียบกับการปฏิบัติตัว 55+ มันก็เป็นบล็อกแรก อะไรๆก็ยังทำไม่เป็น ต้องเรียนแบบไหนต้องทำอะไรบ้างก็ไม่รู้เลย ตอนนี้มาอยู่สูติฯแล้วก็ใช่ว่าอะไรๆจะดีขึ้น 55+ ก็อ่านหนังสือมากขึ้น(มั้ง - -&#8221;) แล้วก็ตื่นไปราวน์ทันมากขึ้น(เพราะเขาบังคับ) ดูคนไข้มากขึ้น (เพราะเขาบังคับเขียน Progress note) ตอนแรกผมชอบความเป็นอิสระที่บล็อกศัลย์มอบให้ แต่พอมาอยู่นี่แล้วก็รู้สึกว่าบางทีมันก็ต้องบังคับบ้างเหมือนกันแฮะ</p>
<p>บล็อกนี้ผมทำตัวค่อนข้างเยิน(แปลว่าหล่วย ทำตัวไม่ดี ขี้เกียจ อะไรแบบนั้นแหละครับ) กำลังปรับตัวจากอะไรหลายๆด้าน ทั้งด้านการเรียน(อันนี้ไม่ค่อยปรับหรอก) กับด้านอื่นๆ ผมใช้เวลาหมดไปกับการนอน นอนเกือบทุกครั้งที่มีโอกาส แต่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่ผมทำจริงๆมันไม่ใช่การนอนครับ ผมไม่ได้ง่วงเลย มันเป็นการ&#8221;คิด&#8221;ครับ ซุกหัวเข้าไปในหมอนตัดขาดจากโลกภายนอกแล้วคิดอะไรอยู่คนเดียว(ฟังดูโรคจิตดีแท้น้ออ) บางครั้งการคิดก็นำความสุขมาให้ บางครั้งการคิดก็นำความทุกข์มาให้ แต่สุดท้ายแล้วผมก็กลายเป็น Thinking addict ไปซะงั้น อาการนี้ดีขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับ ณ ปัจจุบันนี้ดีขึ้นมากแล้ว</p>
<p>แต่ก็อยากจะพูดอะไรนิดนึงเหมือนกัน โดยนิสัยผมแล้ว ผมจะไม่ไปคอยบอกใครต่อใครว่าไปทำงานนู้นงานนี้มานะ ไปเดินตามพี่มานะ เห็นผมนอนอยู่ในห้องมันไม่ได้แปลว่าผมอยู่ที่นั่นตลอด แล้วก็ อะไรที่ทำคนเดียวได้ผมก็ไม่ชอบทำหลายคน หรืออะไรที่ควรจะทำหลายคนบางทีก็ขี้เกียจตามเพื่อนก็เลยทำคนเดียวก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ผมก็จะไม่มาบ่นเหมือนกันว่ามันทำยาก โคตรเหนื่อย อะไรแบบนั้น หัตถการท้ายเล่มพวกเจาะเลือด เจาะ blood gas ฉีดยาอะไรพวกนั้นน่ะ จริงๆตอนอยู่รพ.ศูนย์ผมแอบไปทำมาจริงๆนะ หุหุ มีแค่ผูกเชือกนี่แหละ ที่ไม่ได้สอบกับอาจารย์จริงๆ (แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เคยหัด)</p>
<p>พูดถึงชีวิตที่ศัลย์ ถ้าตัดเรื่องอะไรๆที่เป็นการปรับตัวทิ้งไป ผมชอบบล็อกนี้ครับ จริงๆแล้วผมชอบการเข้าฟิลด์ผ่าตัดนะ ถึงผมแสดงท่าทางออกไปเหมือนขี้เกียจเข้าหรือไม่อยากเข้า แต่จริงๆผมชอบเข้านะ ผมรู้สึกมันเท่ดี 55+ แล้วก็&#8230;เหมือนเวลาอยู่ในฟิลด์มันทำให้ผมลืมอะไรวุ่นวายๆที่อยู่ข้างนอกฟิลด์ไปได้ คิดว่าถ้าได้เป็นคนลงมือผ่าเองก็คงชอบเหมือนกัน แล้วก็ผมรู้สึกว่าแนวคิดของภาควิชานี้ต่อเรื่องต่างๆมีส่วนคล้ายแนวคิดผมในหลายๆเรื่อง เช่นไรก็นึกไม่ออกเหมือนกัน แต่หลายๆอย่างเวลาอาจารย์พูดมาผมชอบรู้สึกว่าใช่เลยครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เช่นไอ้ไม่มีคะแนนจิตพิสัย ไม่มีคะแบบ Small group ปล่อยเด็ก discuss ตามอิสระไม่ต้องเฟค อะไรแบบนั้น ก็เลบยว่าแนวคิดก็ไปกันได้เหมือนกัน</p>
<p>ผมชอบ conference ของอาจารย์ทองอวบ (ถึงจะโดดไปหลายครั้งและถึงไม่โดดก็ม่ฟังก็เถอะ) ผมรู้สึกมันเป็น conference ที่ให้ความสำคัญกับทุกชั้นปีดี conference ของอาจารย์สุชาติเองผมก็ชอบ (อันนี้ยิ่งโดดหนัก) หมายถึงผมชอบระบบน่ะครับ แต่เนื่องจากความฟุ้งซ่านส่วนตัวทำให้ประสิทธิภาพของผมที่บล็อกศัลย์ของผมมันเน่า</p>
<p>ส่วนปัญหาของบล็อกศัลย์ก็คือ งานมันหนักครับ แล้วอีกอย่างนึงคือตอนนี้ผมชอบ แต่ถ้าผ่าเรื่องเดิมๆไปซัก10-20ปี ผมจะเบื่อมั้ย อีกซีก 3-4ปีผมอาจนอนดึกๆได้ ผมอาจถูกปลุกมาผ่าตัดด่วนอะไรได้ ผมอาจเข้าเวรอะไรได้ แต่ตอนผมแก่ตัวไปผมยังจะอยากทำแบบนั้นอยู่หรือเปล่า (ถึงหลายๆอันจะมีคนทำแทนก็เถอะ)</p>
<p>ก็นะครับ&#8230;โดยรวมแล้วผมชอบการเป็นหมอศัลย์นะครับ ก็ขอรอดูอีกซักหลายๆปีหน่อย แล้วสุดท้ายผมจะมาตอบอีกทีว่าเส้นทางไหนที่มันเป็นทางที่ใช่</p>
<p><strong>เพิ่งเชียร์เสร็จมา</strong></p>
<p>วันนี้คณะแพทย์เพิ่งปิดเชียร์ไป ผมก็ไปดูเหมือนทุกปี แล้วก็หงุดหงิดกลับมาทุกปี 55+ แต่หงุดหงิดก็ยังไปดูอยู่ทุกปี 55+ ไม่รูติดใจตรงไหนเหมือนกัน อ่านะครับ ส่วนอีกใจนึงก็ยินดีกับน้องๆด้วยนะครับที่ได้เป็น med36 กัน การเชียร์เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ครับ เพียงแต่ผมไม่ชอบหลักการและวิธีการของมันเฉยๆ ผมแค่งงกับตรรกะ และสิ่งที่กิจกรรมนี้ใช้เป็นตัวชี้วัด &#8220;unity&#8221; &#8220;seniority&#8221; &#8220;รักกัน&#8221; อะไรทั้งหลายที่พูดบ่อยๆในเชียร์นี้แค่นั้นแหละครับ งงมา 4 ปีแล้ว ยิ่งขึ้นมาปีสูงยิ่งงงขึ้นเรื่อยๆ 55+ จริงๆก็มีคนพยายามอธิบายให้ผมฟังหลายรอบแล้วแหละ หลายคนด้วย แต่ผมก็ยังไม่ยอมเข้าใจซักทีนี่สิ หรือเป็นเพราะรุ่นผมไม่ได้ผ่านเชียร์นะ ผมเลยไม่เข้าใจ</p>
<p>ก็แบบ&#8230;ทำไมมันถึงต้องเป็นการร้องเพลงคณะ? ทำไมยิ่งร้องดังยิ่งแปลว่ารักมาก? แล้วถ้าเกิดผมดันร้องเพลงคณะไม่ได้นี่มันต้องแปลว่าผมไม่รักคณะไม่รักรุ่นพี่หรอ ? ทำไมเอาการร้องเพลงมาวัดปริมาณความรักได้? ความเคารพรุ่นพี่คืออะไร? การยอมทำตามทุกอย่าง?(ทั้งที่บังคับแบบตรงๆและบังคับแบบอ้อมๆแบบที่ทำตอนก่อนจะปิดเชียร์น่ะ) หรือมันคือการอยู่ในระเบียบวินัย? ถ้าอย่างนั้นวินัยข้อนั้นๆสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร?สร้างมาแล้วประโยชน์ที่ได้มั้นคุ้มรึเปล่า? แล้วถ้าเกิดน้องดันไม่รักรุ่นพี่ขึ้นมาจริงๆแล้วไง ถ้าเรารักที่เขาเป็นน้องมันจำเป็นที่เขาต้องรักเราด้วยหรอ?ถึงขนาดไม่นับพี่นับน้องกันเลยหรอ? ความเป็น unity คืออะไร? ทำไมต้องจับเอาคนมาทำอะไรเหมือนๆกันทั้งๆที่คนเราต่างกันทุกคน? แล้วทำไมต้องเป็นร้องเพลง?(สำคัญนะหนิ) ทำไมร้องเพลงพร้อมกันได้ถึงแปลว่าสามัคคีล่ะ? จริงอยู่ว่าไม่สามัคคีก็ทำให้มันพร้อมกันไม่ได้หรอก แต่ทำไม่ได้มันแปลว่าไม่สามัคคีหรอ? แล้วผมหงุดหงิดสุดๆกับประโยคพวก ถ้าน้องทำ&#8230;ไม่ได้ น้องก็ไปทำ..งานครูใหญ่/ยืนผ่าตัด/เดินตามอาจารย์ ฯลฯ (เยอะมากๆประโยคพวกนี้) ทั้งๆที่ก็เห็นๆอยู่ว่ามันคนละสถานการณ์กัน ทำไมทำ A ไม่ได้ แล้วมันต้องทำ B ไม่ได้? ยิ่งได้มาทำไอ้ที่ว่าจะทำไม่ได้มาเรียบร้อยแล้วยิ่งรู้สึกว่ามันไม่เห็นเกี่ยวเลย (ถึงบอกว่ายิ่งปีสูงยิ่งงง)</p>
<p>blah blah&#8230; (ถามได้อีกยาวครับแต่พอดีกว่า)</p>
<p>ก่อนจะโดนข้อหาขวางโลกไปมากกว่านี้ ย้ำอีกทีว่าผมคิดว่าการเชียร์เป็นกิจกรรมที่มีประโยขน์ครับ จุดประสงค์มันดีครับแต่วิธีดำเนินงานมันขัดกับแนวคิดของผม แต่สุดท้ายไอ้วิธีการที่ผมไม่ชอบนี่มันก็พาไปถึงจุดประสงค์ได้เหมือนกัน ก็เลยเป็นอารมณ์แบบ&#8230;อ่านะ ถึงก็ถึง โอเค</p>
<p>วงการแพทย์มันเป็นงี้แหละครับ ชอบทำอะไรตามๆกันมาทั้งๆที่ก็ไม่รุ้ว่าทำไมถึงทำแบบนั้นแบบนี้ มันถึงต้องมี Evidence based medicine ครับ น่าจะมีคนเอาเรื่องเชียร์ไปทำวิจัยนะ หุหุ</p>
<p>แล้วคำถามสำคัญที่ผมเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ถ้าไม่ร้องเพลงแล้วจะทำไรแทนง่ะ - -&#8221; นั่นดิ ทำไรล่ะ กับ แล้วถ้าไม่เชียร์แล้วน้องจะร้องเพลงคณะเป็นมั้ยล่ะ (ก็คงรู้สึกว่าจะร้องเป็นไปทำไมในเมื่อมันก็ได้ร้องจริงๆอยู่ 3-4 เพลง - -&#8221;)</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>วันนี้ขอแค่นี้ก่อนละกันครับ ง่วงแล้ว T.T</p>
<p>สวัสดีครับ</p>
<p>ปล.<br />
-ง่วงสุดๆ อุตส่าห์ว่าจะได้นอนเต็มๆอิ่มซักวัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/06/20/all20jun08/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ฝนตก…</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/03/31/depress/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/03/31/depress/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2008 16:30:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Nonsense]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/03/31/depress/</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ฝนตกหนักจัง&#8230;
หนักจนท่วมทุกสิ่งทุกอย่าง&#8230;
ผมกำลังจะจมน้ำ&#8230;
&#8230;
กระเสือกกระสน&#8230;
ไม่รู้จะได้อีกนานแค่ไหน&#8230;
เพราะว่าฝนมันตกหนักมาก&#8230;
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
บางครั้ง ผมก็อยากจะดรอปซะให้มันรู้แล้วรู้รอด อยากจะหนีไปไกลๆ&#8230; แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ทางออก เพราะปัญหาของผมมันไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน มองไปทางไหนก็มืดมิดไปหมด ปัญหามันอยู่ที่ตัวผมเองที่เลือกจะมองเห็นแต่ความมืดล่ะมั้ง
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ
ก็ฝนมันตกหนักจริงๆ&#8230;
จริงๆทางออกของชีวิตมันก็รู้ๆกันอยู่ ก็ปล่อยวางมันซะมั่ง อะไรทั้งหลายที่แบกไว้&#8230; อ่อ รู้แล้ว ที่ผมจะจมเพราะผมแบกอะไรต่อมิอะไรไว้นี่เองสินะ
ป ล่ อ ย&#8230;.
ปล.
-ขอโทษด้วยครับที่มาแบบนี้ ตอนนี้ผม depress จริงๆ
-ไม่ต้องห่วงครับ ถึงจะแอบอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดอยู่บ่อยๆ แต่ผมก็ไม่ทำหรอกครับ ผมยังไหวครับ&#8230; ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงนะครับ&#8230; ไม่มีเลยซักนิด&#8230; จริงๆนะ ^ ^
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">ช่วงนี้ฝนตกหนักจัง&#8230;</p>
<p align="center">หนักจนท่วมทุกสิ่งทุกอย่าง&#8230;</p>
<p align="center">ผมกำลังจะจมน้ำ&#8230;</p>
<p align="center">&#8230;</p>
<p align="center">กระเสือกกระสน&#8230;</p>
<p align="center">ไม่รู้จะได้อีกนานแค่ไหน&#8230;</p>
<p align="center">เพราะว่าฝนมันตกหนักมาก&#8230;</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>บางครั้ง ผมก็อยากจะดรอปซะให้มันรู้แล้วรู้รอด อยากจะหนีไปไกลๆ&#8230; แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ทางออก เพราะปัญหาของผมมันไม่ได้มีแค่เรื่องเรียน มองไปทางไหนก็มืดมิดไปหมด ปัญหามันอยู่ที่ตัวผมเองที่เลือกจะมองเห็นแต่ความมืดล่ะมั้ง</p>
<p>แต่จะทำยังไงได้ล่ะ</p>
<p>ก็ฝนมันตกหนักจริงๆ&#8230;</p>
<p>จริงๆทางออกของชีวิตมันก็รู้ๆกันอยู่ ก็ปล่อยวางมันซะมั่ง อะไรทั้งหลายที่แบกไว้&#8230; อ่อ รู้แล้ว ที่ผมจะจมเพราะผมแบกอะไรต่อมิอะไรไว้นี่เองสินะ</p>
<p>ป ล่ อ ย&#8230;.</p>
<p>ปล.<br />
-ขอโทษด้วยครับที่มาแบบนี้ ตอนนี้ผม depress จริงๆ<br />
-ไม่ต้องห่วงครับ ถึงจะแอบอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดอยู่บ่อยๆ แต่ผมก็ไม่ทำหรอกครับ ผมยังไหวครับ&#8230; ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงนะครับ&#8230; ไม่มีเลยซักนิด&#8230; จริงๆนะ ^ ^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/03/31/depress/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Case Summary : National License Toxicity</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/03/12/nl-summary/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/03/12/nl-summary/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Mar 2008 18:23:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Life]]></category>

		<category><![CDATA[My Medicine]]></category>

		<category><![CDATA[Comprehensive examination]]></category>

		<category><![CDATA[NL]]></category>

		<category><![CDATA[TNMLE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/03/12/nl-summary/</guid>
		<description><![CDATA[1 เดือนต่อมา นักศึกษาแพทย์มาพบแพทย์ตามนัด&#8230;  แพทย์เห็นสภาพแล้วลงความเห็นว่าสมควรทำ CPR โดยด่วน - -&#8221;
พูดไปงั้น&#8230;จริงๆแล้วผมทำได้ทุกข้อเลยครับ  แต่ผมกลัวว่าถ้าได้คะแนนเต็มขึ้นมาแล้วมันจะเด่นเกินไป  เพื่อนๆอาจจะเครียดกันว่ากุก็อ่านตั้งเยอะทำไมไม่ได้มั่ง เห็นแก่เพื่อนๆครับ  ผมก็เลยแกล้งกาผิดไปซัก 100-200 ข้ออ่ะครับ&#8230; (เหรอ - -&#8221;)  ออกมาก็เลยไม่รู้มันจะผ่านให้รึเปล่า 55+
โพสท์นี้จะค่อนข้าง for medical students นะครับ  อยากแชร์ประสบการณ์ของผมให้คนอื่นๆ
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
My Strategy
มองกลยุทธ์ของตนเอง ผมยอมรับตามตรงเลยว่า  มันเป็นแผนการอ่านหนังสือที่ไม่ค่อยฉลาดนักสำหรับการเตรียมตัวสอบ NL  แต่ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตผมในฐานะหมอ  คืออย่างที่บอกไปว่าผมติดนิสัยชอบอู้ไม่ยอมอ่านหนังสือไปสอบ  มันทำให้หลายๆบทผมแทบไม่มีอะไรในหัว (esp. Physio &#38; Pharmaco)  ผมเลยรู้สึกว่าจะปล่อยให้ตัวเองขึ้นไปชั้นคลินิคทั้งๆแบบนี้มันก็ดูไม่ค่อยแนว  ในหลายๆบทก็เลยตัดสินใจอ่านใหม่แบบดีๆมันทั้งบทเลย  ถึงผ่านไปมันก็ลืมแต่อย่างน้อยก็ยังเคยเข้าใจมันมาแล้วรอบนึง  พอถึงตอนต้องทวนขีวิตมันคงง่ายขึ้น  อย่างน้อยก็พอจะพูดได้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เคยเข้าใจมาแล้วรอบนึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>1 เดือนต่อมา นักศึกษาแพทย์มาพบแพทย์ตามนัด&#8230;  แพทย์เห็นสภาพแล้วลงความเห็นว่าสมควรทำ CPR โดยด่วน - -&#8221;</p>
<p>พูดไปงั้น&#8230;จริงๆแล้วผมทำได้ทุกข้อเลยครับ  แต่ผมกลัวว่าถ้าได้คะแนนเต็มขึ้นมาแล้วมันจะเด่นเกินไป  เพื่อนๆอาจจะเครียดกันว่ากุก็อ่านตั้งเยอะทำไมไม่ได้มั่ง เห็นแก่เพื่อนๆครับ  ผมก็เลยแกล้งกาผิดไปซัก 100-200 ข้ออ่ะครับ&#8230; (เหรอ - -&#8221;)  ออกมาก็เลยไม่รู้มันจะผ่านให้รึเปล่า 55+</p>
<p>โพสท์นี้จะค่อนข้าง for medical students นะครับ  อยากแชร์ประสบการณ์ของผมให้คนอื่นๆ</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>My Strategy</strong></p>
<p>มองกลยุทธ์ของตนเอง ผมยอมรับตามตรงเลยว่า  มันเป็นแผนการอ่านหนังสือที่ไม่ค่อยฉลาดนักสำหรับการเตรียมตัวสอบ NL  แต่ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตผมในฐานะหมอ  คืออย่างที่บอกไปว่าผมติดนิสัยชอบอู้ไม่ยอมอ่านหนังสือไปสอบ  มันทำให้หลายๆบทผมแทบไม่มีอะไรในหัว (esp. Physio &amp; Pharmaco)  ผมเลยรู้สึกว่าจะปล่อยให้ตัวเองขึ้นไปชั้นคลินิคทั้งๆแบบนี้มันก็ดูไม่ค่อยแนว  ในหลายๆบทก็เลยตัดสินใจอ่านใหม่แบบดีๆมันทั้งบทเลย  ถึงผ่านไปมันก็ลืมแต่อย่างน้อยก็ยังเคยเข้าใจมันมาแล้วรอบนึง  พอถึงตอนต้องทวนขีวิตมันคงง่ายขึ้น  อย่างน้อยก็พอจะพูดได้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เคยเข้าใจมาแล้วรอบนึง  ไม่ได้จบพรีคลินิคมาแบบสั่วๆ</p>
<p>นั่นมันใน ideal ครับ ผมได้ย้อนไปอ่านในหลายๆเรื่องจริง แต่สุดท้ายผลออกมาจริงๆ  ก็มีเรื่องที่จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้อ่านเยอะแยะเต็มไปหมด  สาเหตุมันก็จากอะไรหลายๆอย่างแหละนะครับ (โดยเฉพาะช่วงนรกอู้ยาว 1 อาทิตย์เต็มนั่น  T.T) ก็ไปว่ากันอีกทีในชั้นคลินิคละกัน (esp. Pharmaco T.T)</p>
<p>ผมอ่าน<font color="#cbad57">หนังสือ</font>หลักๆ 3 เล่มครับ (ในหลายๆบท บางบทก็อ่านแค่เล่มเดียว) คือ <a href="http://astore.amazon.com/rajiji-20/detail/0071498680/103-2846862-9433464">First  aid USMLE step 1</a>, <a href="http://astore.amazon.com/rajiji-20/detail/0781760224/103-2846862-9433464">BRS  Pathology</a> และ <a href="http://astore.amazon.com/rajiji-20/detail/0781773113/103-2846862-9433464">BRS  Physiology</a> มาคิดย้อนหลังแล้ว ผมคิดว่ามันเยอะเกินไปครับ  มันทำให้ผมจำอะไรไม่ได้ ทั้งๆที่จำ First aid เล่มเดียวก็ตายหอกแล้ว  แต่ที่ต้องอ่านเพราะผมรู้สึกว่า First aid  มันอ่านไม่รู้เรื่องครับเพราะมันสรุปเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีอะไรในหัวแบบผม  (ถ้าคนที่พอมีไรในหัวอยู่แล้วมันจะกลายเป็นหนังสือที่ดีมาก อ่านแล้วเข้าใจ)</p>
<p>สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบก็กลับไปทำสิ่งที่แพทย์ขอนแก่นเราภาคภูมิใจว่าไม่ด้อยกว่าใครแน่ๆ  นั่นคือการ<font color="#cbad57">ท่องข้อสอบเก่า</font>ครับ 55+ (และมันก็คุ้มจริงๆ)  การที่ชั้นปีของผมแบ่งกลุ่มไปช่วยกันเฉลยข้อสอบจำนวนมหาศาล  ข้อไหนไม่รู้ก็ไปถามอาจารย์มาให้ ผมว่ามันเป็นอะไรที่สุดยอดมากที่เราช่วยกันแบบนี้  ถ้ารุ่นเราผ่านกันได้เยอะๆก็คงจะดี  บอกตามตรงถ้าไม่มีเพื่อนๆผมคงไม่มีลุ้นจะผ่านด้วยซ้ำ (ตอนนี้ก็ได้แค่ลุ้น T.T)</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>My judgement day</strong></p>
<p><font color="#cbad57">&#8220;ไม่มีอะไร 100% ใน Medicine&#8221;</font> เป็นประโยคที่อาจารย์คณะผมมักพูดเสมอครับ&#8230;  ผมเข้าใจว่าอาจารย์ที่ออกข้อสอบก็คงต้องการจะสอนถึงประเด็นนี้ใช่มั้ยครับ  ถึงได้ออกข้อสอบมาให้มีน้อยข้อมากๆที่กาไปแล้วมั่นใจได้ 100% จริงๆว่ามันจะถูก T.T  (จริงๆอันนี้คาดว่าจะมีผมเป็นคนเดียว 55+) อาจารย์ช่างหวังดีกับผมจริงๆครับ  ผมซึ้งใจมากเลยครับ อิอิ &#8230;แต่ถ้าว่าตามความรู้สึกจริงๆ  ผมว่าโดยรวมเป็นข้อสอบที่สร้างสรรค์ครับ ช่วยให้ได้คิด  วัดได้จริงว่าเด็กใช้ความรู้ที่มีเป็นมั้ย หรือแค่จำได้แบบนกแก้ว  ผมอยากให้ข้อสอบคณะเราออกเป็นเคสให้หมด  ไม่ต้องไปออกความจำอะไรลึกซึ้งที่ไม่เกิดประโยชน์ให้ชีวิตเท่าไหร่นอกจากการยึดพื้นที่ในสมองเราอยู่ไม่กี่วันแล้วก็ออกไป  ออกคอนเซปท์หลักๆแต่ให้มันใช้ได้จริงดีกว่าเยอะนะ ผมว่า</p>
<p><font color="#cbad57">ข้อสอบ</font>มี 2 ชุด A-B สอบสองตอนเช้า-บ่ายรวม 300 ข้อ  แต่ผมไม่แน่ใจว่าข้อสอบมันเรียงระบบหรือเปล่า (ปอด หัวใจ สืบพันธุ์ ทั่วไป ฯลฯ)  ช่วงบ่ายนั้นเรียงแน่ๆ แต่ช่วงเช้านี่สิที่ผมรู้สึกมันแปลกๆ  เพราะงั้นก็อย่าหวังเลยดีกว่าครับว่าจะเดาตามระบบ และถ้าออกเรียงตามระบบ  มันก็ไม่ได้เรียงระบบตามจุดประสงค์ที่มันแจกมา รวมถึง General Principle  อาจมิกซ์กันกับ Systemic ก็ได้เช่นกัน อย่างเช่น GI ไม่จำเป็นต้องต่อด้วย KUB  อาจจะไปต่อด้วย General Patho (ซึ่งอยู่ในกลุ่ม General Principle  ที่ผมนึกว่ามันจะสอบช่วงเช้าซะอีก) อะไรแบบนี้ก็ได้ครับ</p>
<p><font color="#cbad57">วิชาที่อ่านไปแล้วคุ้มที่สุด</font>แน่นอนคือ Patho เพราะมันออกเป็นเคสหนิ  ไม่ออกเป็นโรคจะให้ออกยังไง ส่วนไม่คุ้มที่สุดคือ biochem (มันออกถึง 10 ข้อมั้ยหนิ  รู้สึกว่า Behav ยังออกเยอะกว่าเลย - -&#8221;) คุ้มอันดับสองคือ Physio อันดับสามคือ  Pharmaco นอกนั้นก็กระจายๆกันไป embryo เองก็เหมือนจะออกเยอะกว่า gross นะ, Immuno  ผมว่ายากมากเลย</p>
<p>ว่ากันตามระบบผมอยากให้ระวัง Hemato ไว้ดีๆครับ  ผมว่าแพทย์ขอนแก่นเราอ่อนเรื่องนี้นะ สังเกตจากตอนเฉลยข้อสอบทุกคนงงระนาว  ในขณะที่เรื่องอื่นเรายังไถๆไปได้</p>
<p><font color="#cbad57">ออกโรคแปลกๆมั้ย? โรคบ้าอะไรไม่รู้ที่เกิดมาไม่เคยได้ยิน</font> ออกบ้างครับ  แต่น้อยกว่าโรคที่มัน Commonๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นโรคที่พบในไทยด้วยครับ เพราะงั้น  เวลาอ่าน First aid ไปสอบ ควรอ้างอิงกับที่เราเรียนในคณะ  ถ้าโรคไหนคณะเราไม่สอนผมว่าก็ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับ ออกน้อยมาก  แอบสะท้อนว่าการเรียนการสอนของแพทย์ขอนแก่นก็ค่อนข้างครอบคลุมทีเดียว ^ ^</p>
<p><font color="#cbad57">ข้อสอบเก่า&#8230;</font>ออกค่อนข้างเยอะทีเดียวนะผมว่า แต่ไม่เยอะพอจะทำให้สอบผ่านได้  แต่ก็เป็นตัวช่วยเราที่ดี บางข้อมาหน้าเดิมเป๊ะๆ  ส่วนบางข้อก็แอบไปตัดต่อพันธุกรรมมาเล็กน้อย เช่น มันเคยตอบ B  เขาก็เปลี่ยนโจทย์นิดหน่อยให้มันไปตอบ C แทน หรือเราจำได้ว่ามันเคยตอบโรคนี้  มันก็เลี่ยงไปถามว่าไอ้โรคเนี้ยมันเกิดยังไงแทน (แล้วก็ตอบไม่ได้ไปตามระเบียบ - -&#8221;)  เพราะงั้นเวลาอ่านข้อสอบเก่าต้องอ่านให้รู้จริงๆเกี่ยวกับคำตอบแต่ละข้อ  (ซึ่งผมไมได้ทำ T.T)</p>
<p><font color="#cbad57">หลังจากทำข้อสอบเสร็จ</font> เขาจะให้เรานั่งอยู่ในนั้นจนหมดเวลาครับ ห้ามออกมาก่อน เพราะงั้นจะกะรีบๆทำให้เสร็จแล้วออกมาอ่านไม่ได้</p>
<p>บอกตามตรงว่า<font color="#cbad57">ไม่มั่นใจ</font>ว่าจะผ่านหรือเปล่า  แต่คิดว่าคะแนนน่าจะอยู่เกาะๆเกณฑ์ ผ่านก็ผ่านไม่มาก ตกก็ตกไม่มาก</p>
<p>เผื่อมีคนอยากรู้ <font color="#cbad57">กระดาษคำตอบ</font>เป็นกระดาษถนอมสายตาด้วยนะครับ ^ ^</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>My Ideal</strong></p>
<p>1. ผมคิดว่าคนที่จะทำข้อสอบนี้ได้คะแนนเยอะ มันควรจะเป็นคนที่มีความรู้ในระดับ  <font color="#cbad57">Long-term memory</font> เยอะพอสมควรนะครับ การจะไปหวังเอาใน 1  เดือนที่เขาเว้นให้นี่ผมค้นพบแล้วว่ามันไม่ค่อบเวิร์คเอาซะเลย - -&#8221; ที่บอกว่า  Long-term นี่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องจำทุกอย่างแบบบ้าพลังแบบตอนเราไปสอบย่อย  Midterm-Final อะไรแบบนี้นะครับ  แต่ให้เราจำและเข้าใจคอนเซ็ปท์หลักๆของบทนั้นๆได้ก็พอแล้ว</p>
<p>2. ผมค้นพบว่าสิ่งที่จะช่วยชีวิตเราไว้ได้ในช่วง 1 เดือนก่อนสอบนี้ คือ <font color="#cbad57">Short  Note เท่านั้น</font>เลยครับ (First aid มันก็คือ Short note แบบนึงจริงป่าวล่ะ) เพราะงั้น  ผมอยากให้น้องๆปี 2-3 ซื้อ first aid (และหนังสือสรุปเล่มอื่นๆ) เอาไว้เลยครับ  (ถ้าอยากได้ edition ใหม่ก็ยังไม่ต้องซื้อเล่มจริงก็ได้  ไปร้านซีรอกซ์แล้วบอกเขาไปว่าไม่เอาภาพสีด้วยก็ดีเพราะรู้สึกมันไม่ค่อยเกิดประโยชน์นอกจากแพงเฉยๆ)  หรือใครจะทำ Short note เป็นของตัวเองก็ได้นะ &#8230;ทีนี้พอจะอ่านหนังสือไปสอบ  ก็แบ่งเวลาซักนิดมาอ่าน First aid ไปด้วยเลย ตรงไหนที่มันสรุปไว้ (เกินไป)  ก็เขียนอธิบายไว้ซักนิดนึง คือหนังสือมันจะมาแบบนี้ครับ โรค A มีอาการ a,b,c,d  &#8230;เวง แล้วไอ้ abcd นี่มันเกิดได้ไง มันจะไม่อธิบายกลไกเราเลยนะ  นั่นแหละที่เราน่าจะเสียเวลามาเขียนอธิบายไว้ซักนิดนึงตอนที่เรายังรู้ว่ามันเกิดเพราะอะไร First aid เองก็จะช่วยเราสรุปเนื้อหาด้วย สรุปคุ้มแน่ๆ</p>
<p>3.ไอ้หน้าท้ายๆที่ร้านซีรอกซ์มันตัดทิ้งไป  ที่เป็นส่วน<font color="#cbad57">เอาหนังสือสรุปวิชาต่างๆมาให้เกรด</font>ความเจ๋งน่ะ ผมว่าโคตรจะมีประโยชน์เลย  หลายๆเล่มถ้าได้มาลองอ่านดูแล้วจะพบว่ามันเจ๋งมากๆ เช่น BRS Physiology  (เล่มนี้ได้เกรด A) อย่างเล่มเนี้ย อ่านแล้วเข้าใจมากๆเลยนะ คือ ศิริราชมันเป็น  text ไง มันยาวเกินไป(แถมอ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ก็มีอยู่เล่มเดียวเนาะ - -&#8221;)  BRS เล่มนี้จะสรุปสิ่งสำคัญๆมาให้เราพอเข้าใจคอนเซ็ปท์หลักๆได้  (ไม่เข้าใจอย่างน้อยก็ช่วยให้อ่านศิริราชง่ายขึ้น) เป็นหนังสือที่ทำให้ผมรู้สึกว่า  Physio (ซึ่งเป็นวิชาที่ผมแทบไม่เคยเรียน) นี่มันก็สนุกดีเหมือนกันนะ  &#8230;เล่มอื่นๆที่มันแนะนำก็ดีเหมือนกันครับ บอกร้านซีรอกซ์มันอย่าตัดออก  (ถ้าว่างๆผมอาจจะมา Review หนังสือพวกนี้ที่ผมใช้)  ใช้พวกมันประกอบการเรียนแล้วชีวิตเราจะดีขึ้น (ไม่เละเหมือนผม - -&#8221;)</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>My summary</strong></p>
<p>บอกตามตรงว่าไม่มั่นใจว่าจะผ่านหรือเปล่า  แต่คิดว่าอย่างน้อยๆก็ได้มาพอรู้แนวนะครับ อ่านะ ไม่ผ่านก็สอบอีกคงผ่านซักวัน ^  ^</p>
<p>ขอให้เพื่อนๆทุกคนสอบผ่านครับ</p>
<p>จบครับ</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ปล.<br />
-โพสท์นี้เขียนแบบโคตรรีบอภิมหารีบ ภารกิจยุ่งเหยิง  แถมพรุ่งนี้ก็จะไป(เที่ยว)ลาวอีก คิดๆไว้ว่าจะเขียนอะไรมั่งก็ลืมไปแล้ว  ถ้ากลับมาว่างๆอาจมา edit เพิ่ม<br />
-ผมถอย<a href="http://astore.amazon.com/rajiji-20/detail/B000I1ZWRC/103-2846862-9433464">หนอน</a>ออกมาแล้วครับ  ^ ^ เดี๋ยวเอามันไประเบิดพลังอยู่เวียงจันทน์ (ตอนแรกว่าจะซื้อ <a href="http://astore.amazon.com/rajiji-20/detail/B000NOEDGK/103-2846862-9433464">D40x</a>  แต่เห็นเขาว่ามันหาเลนส์ยาก เลยไม่เอาดีกว่า)<br />
-แอบลิ๊งค์ไปร้านตัวเองหมดเลย 55+ก็นะ ไหนๆจะลิ๊งค์ทั้งที แต่หนังสือที่ผมแนะนำไปมันเจ๋งจริงๆนะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/03/12/nl-summary/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>National License Toxicity</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/02/10/nl/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/02/10/nl/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 Feb 2008 12:47:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Nonsense]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/02/10/81/</guid>
		<description><![CDATA[National License Toxicity 
Scenerio I :
นักศึกษาแพทย์ อายุ 21 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง สับสนในตัวเอง (ไม่รู้จะอ่านอะไรก่อนดี) ยิ่งอ่านยิ่งงง บางเรื่องก็เพิ่งจะเคยอ่านรอบแรก ทำข้อสอบเก่าไม่ได้ เวลาเพื่อนถามชอบทำหน้างง เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 51
2 ปีก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีประวัติชอบอู้ไม่ยอมอ่านหนังสือไปสอบ ติดนิสัยเข้าไปเดาเอา คาดว่าอาศัยดวงพอสมควรจึงรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ - -&#8221;
แพทย์ได้ตรวจร่างกายเพิ่มเติมและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
 Scenerio II :
ผลการตรวจร่างกาย :
Vital sign : BT 37 ํC, PR 90/min , RR 18/mi, BP 110/80 mmHg
General appearance : Alert (But sometimes drowsiness - -&#8221;)
HEENT : Normal
Heart: Normal
Lung : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>National License Toxicity </strong></p>
<p><strong>Scenerio I :</strong></p>
<p>นักศึกษาแพทย์ อายุ 21 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง สับสนในตัวเอง (ไม่รู้จะอ่านอะไรก่อนดี) ยิ่งอ่านยิ่งงง บางเรื่องก็เพิ่งจะเคยอ่านรอบแรก ทำข้อสอบเก่าไม่ได้ เวลาเพื่อนถามชอบทำหน้างง เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 51</p>
<p>2 ปีก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีประวัติชอบอู้ไม่ยอมอ่านหนังสือไปสอบ ติดนิสัยเข้าไปเดาเอา คาดว่าอาศัยดวงพอสมควรจึงรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ - -&#8221;</p>
<p>แพทย์ได้ตรวจร่างกายเพิ่มเติมและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong> Scenerio II :</strong></p>
<p>ผลการตรวจร่างกาย :<br />
Vital sign : BT 37 ํC, PR 90/min , RR 18/mi, BP 110/80 mmHg<br />
General appearance : Alert (But sometimes drowsiness - -&#8221;)<br />
HEENT : Normal<br />
Heart: Normal<br />
Lung : Clear<br />
Abdomen : increased abdominal fat (พุง), not tender, liver and spleen impalpable<br />
Extremities : normal<br />
ระดับ IQ : แถวๆ 1XX จาก<a href="http://web.tickle.com/tests/uiqnew/">ที่นี่</a> (โดยส่วนตัวคิดว่าก็เชื่อไม่ค่อยจาได้หรอกครับ) คิด(เอาเอง)ว่าสติปัญญาไม่ถึงกับโง่ - -&#8221;</p>
<p>ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ :<br />
CBC : ลืมวิธีตรวจแล้ว + ไม่มีอุปกรณ์<br />
UA : ลืมวิธีตรวจแล้ว + ไม่มีอุปกรณ์<br />
electrolyte : ตรวจมาก็แปลผลไม่เป็น<br />
LFT : ถึงแม้จะมี Alcohol สูงในกระแสเลือดเป็นครั้งคราว แต่คาดว่าจะ normal ให้อยู่จึงไม่ได้ส่งตรวจ</p>
<p>จงให้การวินิจฉัยเบื้องต้น พร้อมแนวทางการรักษา</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p align="left"><strong>Scenerio III :</strong></p>
<p align="left">แพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็น Chronic iatrogenic stupidity stage VI (ระยะสุดท้าย) very poor prognosis คนไข้มี risk factor ของการสอบตกหลายอย่าง แพทย์คิดว่าไม่จำเป็นต้องให้ยา พร้อมทั้งแนะนำการปฏิบัติตัวให้เลิกไร้สาระ (เช่นที่ทำอยู่) แล้วไปอ่านหนังสือให้หายโง่ซะ !!</p>
<p align="left">แพทย์นัดมาติดตามการรักษาในวันที่ 8 มี.ค. 51</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p align="left">ตั้งแต่อยู่คณะนี้มา เพิ่งจะเคยเครียดกับการสอบขนาดนี้ - -&#8221; (แต่ก็ไม่ได้เป็นทุกข์อะไรนะครับ แอบรู้สึกว่ามันสนุกดี 55+) ครั้งอื่นมันยังไม่ผ่านได้ไงครับ เด๋วค่อยซ่อมเอา แต่ครั้งนี้&#8230; ไม่ผ่านก็&#8230;เฮ้อ - -&#8221; &#8230;ก็รอซ่อมปีหน้าได้อยู่หรอก (พร้อมเตรียมเงิน 3,000 บาท) รู้สึกคล้ายๆสอบเอนท์เลย แต่แย่กว่า เวลาน้อย เนื้อหาเยอะ ไม่มีเรียนพิเศษ โอ้วว</p>
<p align="left">จบครับ !!</p>
<p align="left">ปล.<br />
-การให้มาเป็น Scene ๆ แบบนี้เป็นวิธีการเรียน <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Problem-based_learning">PBL</a> (ทำ small group) ของคณะผมครับ ลอกมาๆ 55+<br />
-ทุกวันนี้ยังทำตามที่บอกเมื่อ<a href="http://www.rathjingjing.com/2008/02/02/all02feb08/">ครั้งนู้น</a>ได้อยู่ มีวันแรกๆจำผิดนึกว่าเล่นได้ถึง 3 ทุ่ม มิน่าทำไมมันนานๆ - -&#8221;<br />
-เมื่อวานเปิดหอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนก่อนไปวัดนี่คงส่งประกวดรางวัลห้องกล้าอยู่แห่งหอไปแล้ว 55+ กลับมารู้สึกเปลี่ยนไปหลายอย่างอยู่นะครับ แต่ไม่เป็นไรครับ คาดว่าอีกซักพักก็คงกลับไปเป็นเหมือนเดิม T.T (ถ้าส่งห้องน่าอยู่อาจจะได้ก็ได้นะ น่าอยู่เพราะมีผมอยู่งายย 555+ เอ่อ..คนเรา - -&#8221;)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/02/10/nl/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คู่มือเอาตัวรอดจากโปสเตอร์(แบบพอรอด)</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/02/06/poster-tutorial/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/02/06/poster-tutorial/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Feb 2008 12:04:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Tutorial]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/02/06/poster-tutorial/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้จะมาเปิดคอลัมน์คุยกับรัฐ (ลอกคุยกับประภาสมา)
เรื่องของเรื่องก็คือ คณะแพทย์ขอนแก่นมักจะชอบให้นักศึกษาทำโปสเตอร์ขนาดใหญ่มาก (แต่ไม่เคยให้ปีผมทำ คนอยากทำน่ะอยู่ตรงนี้้ T.T) เพราะงั้น ก็เลยมีน้องๆมาถามเสมอเกี่ยวกับมันครับ จะคอยตอบทุกคนก็แอบเหนื่อย จะไม่ตอบก็ดูจะไม่ค่อยแนว วันนี้เลยมาตอบรวมๆไว้ที่นี่เลยละกันนะครับ ^ ^
โปสเตอร์ที่จะทำ ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดประมาณ 120 cm x 90 cm ครับ ตัวงานต้องเข้าไปอ่านดูใกล้ๆเพราะงั้นจะเนียนใช้ resolution ต่ำๆไม่ได้  ต้องใช้ 300 dpi ขึ้นไป
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
หมายเหตุ : วิธีที่แนะนำในบลอกนี้ เกิดจากการมั่วเอาล้วนๆ - -&#8221; ไม่มีอ้างอิงตามหลักที่ถูกต้องใดๆทั้งสิ้น ใครมีวิธีที่ฉลาดกว่าที่ผมใช้ก็บอกผมด้วยนะครับ &#62;_&#60; และมันเป็นแค่เบสิคมากๆเท่านั้น ถ้าจะใช้ให้เก่งต้องศึกษาเพิ่มอีกเยอะครับ
ใช้โปรแกรมอะไรทำ ? Photoshop ทำได้มั้ย
Ans ได้ครับ แต่มันไม่เหมาะกับงาน (เหมือนเอาทัพพีมาทอดไข่เจียว) ถ้าใช้ PS จะต้องสร้าง layer ประมาณ 80 layer ได้กว่ามันจะครบเนื้อหาที่เราต้องการใส่เข้าไป (ถ้าเนื้อหาไม่เยอะก็อาจจะใช้ได้) และอย่างที่บอกไปว่าต้องใช้ 300 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้จะมาเปิดคอลัมน์คุยกับรัฐ (ลอกคุยกับประภาสมา)</p>
<p>เรื่องของเรื่องก็คือ คณะแพทย์ขอนแก่นมักจะชอบให้นักศึกษาทำโปสเตอร์ขนาดใหญ่มาก (แต่ไม่เคยให้ปีผมทำ คนอยากทำน่ะอยู่ตรงนี้้ T.T) เพราะงั้น ก็เลยมีน้องๆมาถามเสมอเกี่ยวกับมันครับ จะคอยตอบทุกคนก็แอบเหนื่อย จะไม่ตอบก็ดูจะไม่ค่อยแนว วันนี้เลยมาตอบรวมๆไว้ที่นี่เลยละกันนะครับ ^ ^</p>
<p>โปสเตอร์ที่จะทำ ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดประมาณ 120 cm x 90 cm ครับ ตัวงานต้องเข้าไปอ่านดูใกล้ๆเพราะงั้นจะเนียนใช้ resolution ต่ำๆไม่ได้  ต้องใช้ 300 dpi ขึ้นไป</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>หมายเหตุ : วิธีที่แนะนำในบลอกนี้ เกิดจากการมั่วเอาล้วนๆ - -&#8221; ไม่มีอ้างอิงตามหลักที่ถูกต้องใดๆทั้งสิ้น ใครมีวิธีที่ฉลาดกว่าที่ผมใช้ก็บอกผมด้วยนะครับ &gt;_&lt; และมันเป็นแค่เบสิคมากๆเท่านั้น ถ้าจะใช้ให้เก่งต้องศึกษาเพิ่มอีกเยอะครับ</p>
<p><strong>ใช้โปรแกรมอะไรทำ ? Photoshop ทำได้มั้ย</strong><br />
<strong>Ans</strong> ได้ครับ แต่มันไม่เหมาะกับงาน (เหมือนเอาทัพพีมาทอดไข่เจียว) ถ้าใช้ PS จะต้องสร้าง layer ประมาณ 80 layer ได้กว่ามันจะครบเนื้อหาที่เราต้องการใส่เข้าไป (ถ้าเนื้อหาไม่เยอะก็อาจจะใช้ได้) และอย่างที่บอกไปว่าต้องใช้ 300 dpi เพราะงั้นถ้าเครื่องไม่เทพสุดๆ เราก็จะได้รอนานสุดๆ แค่เปิดก็นานแล้ว ยิ่งมี layer เยอะๆยิ่งตายกันไปข้างเลย</p>
<p>เพราะงั้น ที่ผมใช้คือ Adobe Illustrator ครับ และต้องเป็น CS2 ขึ้นไปเท่านั้น เพราะผมไม่รู้วิธีพิมพ์ ญ ในเวอร์ชั่นที่ต่ำกว่านั้น 55+ (ยกเว้นฟอนท์จาก <a href="http://www.f0nt.com/">f0nt.com</a>) ในที่นี้ผมใช้ CS3 ละกันนะครับ</p>
<p align="center"> <img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust15a.jpg" /></p>
<p><strong>เอ่อ ไอ้โปรแกรมที่พี่ว่าน่ะ เปิดมาแล้วโคตรจะงงเลยครับ</strong><br />
<strong> Ans</strong> โปรแกรมนี้มันจะต่างจาก Photoshop พอตัวอยู่นะครับ (ไม่งั้นมันจะแยกโปรแกรมทำไม - -&#8221;) แต่หลักๆก็คือ ในงานของเรา 1 ชิ้นจะประกอบด้วย Object หลายๆอย่างอยู่ในนั้นครับ เช่น ตัวอักษร รูปภาพที่เอาเข้ามา รูปที่วาดในโปรแกรม โดยใน 1 Layer จะมีกี่ Object ก็ได้ แล้วเราก็จะทำอะไรต่างๆกับพวกมัน เช่น ปรับสี ปรับเส้น ปรับรูปร่าง เอามันมาจัดเป็นกลุ่ม (คล้ายของ Microsoft office) เอามาไว้ข้างหน้า ข้างหลัง จัดการกับตัวอักษร ฯลฯ</p>
<p>สรุปสั้นๆเลยนะครับ ขั้นตอนที่ผมทำ จะมีดังนี้</p>
<p>1.สร้างงานเปล่าขึ้นมา แล้วเอาตัวหนังสือทั้งหมดที่เราจะใส่ใส่ลงไปก่อน ดูว่ามันกินเนื้อที่เท่าไหร่<br />
2.กำหนด layout คร่าวๆขึ้นมา เป็นรูปทรงง่ายๆ<br />
3.เอาตัวหนังสือมาวางในตำแหน่งที่ต้องการ ใส่รูป<br />
4.เก็บรายละเอียด + ตกแต่งเล็กๆน้อย</p>
<p>แค่นี้เองครับ 4 ขั้นตอน มาดูแต่ละขั้นตอนกัน</p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>STEP 1</strong><br />
-<font color="#cbad57">Create New</font> เลือก <font color="#cbad57">Print Document&#8230;</font>แล้วกำหนดค่าต่างๆตามต้องการลงไป ในใจก็ออกแบบคร่าวๆไว้<br />
-ไปเปิดไฟล์ word แล้ว <font color="#cbad57">copy</font> ข้อความที่เราต้องการจะใส่ลงมา (เอามาซัก 1 เรื่อง เช่น ใน 1 เรื่องมี 5 ย่อหน้าก็เอามา 5 ย่อหน้าเลย) กลับมาที่โปรแกรมแล้วเลือกตัว  <img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust01.jpg" /> แล้วไปลากกรอบสี่เหลี่ยมขนาดพอดีๆขึ้นมา เลือกฟอนท์ (ผมเลือกพวก AngsanaUPC, BrowalliaUPC) เลือกขนาดตัวอักษร แล้วคลิกขวาเลือก paste<br />
-ถ้าข้อความของเรามันยาวเกินไป ทางขวาล่างของกรอบเรามันจะมีสีแดงเล็กๆโผล่มา <img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust02.jpg" /> ให้เราไปกด <img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust03.jpg" /> แล้วมากดที่สีแดงนั้นครั้งนึง(ให้โดนนะ) แล้วเคอร์เซอร์มันจะเปลี่ยนเป็นลูกศรที่มีอะไรคล้ายๆตัวหนังสือหลายๆบรรทัดห้อยอยู่ ก็ไปลากสี่เหลี่ยมกรอบใหม่ขึ้นมา ข้อความในกรอบสองกรอบนี้มันจะต่อกันได้ (จะเห็นเส้นโยงๆ)<br />
-ทำอย่างนี้กับข้อความอื่นจนครบ จากนั้นปรับขนาดตัวอักษรให้ได้เท่ากับที่เราต้องการ ส่วนอันที่เป็นหัวข้ออาจจะสร้างกล่องใหม่ขึ้นมาแยกกับอันอื่นเลยก็ได้ เพื่อความง่ายในการจัดการ สุดท้ายจะได้แบบนี้</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust04.jpg" height="363" width="500" /></p>
<p><strong>STEP 2</strong></p>
<p>-สร้าง layer ใหม่ขึ้นมาให้อยู่ข้างใต้ layer นี้<br />
-จากนั้นวาดกรอบคร่าวๆขึ้นมาด้วยเครื่องมือวาดภาพพวกนี้</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust05.jpg" /></p>
<p align="left">แล้วแก้สีตรง <img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust06.jpg" /> ทางซ้ายของจอ (ก่อนจะแก้สี Object ไหนให้คลิก Object นั้นก่อน) โดยอันซ้ายคือสีเทอันขวาคือสีเส้น ตัวเลือกสีอยู่ทางขวาของจอหรือเลือก <font color="#cbad57">Window&gt;Swatches</font></p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust07.jpg" /></p>
<p>สีไม่ถูกใจปรับใน <font color="#cbad57">Window&gt; Color</font><br />
-ถ้ารูปวาดมันไม่ได้ดั่งใจให้เปิด <font color="#cbad57">Window&gt;Pathfinder</font> ออกมา มันจะเป็นชุดของเครื่องมือที่เอาไว้ให้เรารวมรูป หลายๆรูปเข้าด้วยกันได้</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust08.jpg" /></p>
<p>-หรือใช้พวก <font color="#cbad57">Pen tool </font>แก้ไขรูป หลักการของมันคือเส้นที่เป็นแขนของมันจะเป็นตัวกำหนดความโค้ง ลองมั่วดู</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust09.jpg" /></p>
<p>-สุดท้ายจะได้แบบนี้</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust10a.jpg" height="363" width="500" /></p>
<p><strong>STEP 3</strong><br />
-กลับมา layer บน เอาตัวหนังสือมาวางไว้ตำแหน่งที่ต้องการ ให้มันอยู่ในกรอบ<br />
-แล้วไปลากรูปที่เราจะใส่ (ซึ่งควรจะผ่านการตกแต่งมาแล้วจาก Photoshop ใส่กรอบใส่อะไรก็ใส่ไป) มาวางไว้ในงาน (อย่าลากไปไว้นอกงานนะครับ มันจะเป็นว่าเราเปิดรูปนั้นเป็นอีกงานนึง เอามาทีละหลายๆรูปก็ได้<br />
-ให้ไปที่ <font color="#cbad57">Object &gt; Text Wrap &gt; Text Wrap Option..</font> แล้วเลือกเป็นซัก <font color="#cbad57">15 pt</font><br />
-จากนั้นกดคลิกรูปที่เราเอาเข้ามา ไปที่ <font color="#cbad57">Object &gt; Text Wrap &gt; Make</font> มันจะทำให้ตัวหนังสือไม่ทับรูปของเรา<br />
-ตกแต่งข้างข้างหน้าข้างหลังเล็กๆน้อยๆ เช่น ปรับสีตัวหนังสือ ใส่กล่องให้ข้อความซะหน่อย<br />
-สุดท้ายจะได้แบบนี้</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust11a.jpg" /></p>
<p><strong>STEP 4</strong><br />
-เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับ text โดย<br />
1.)เนื่องจากมันไม่ตัดคำให้ หมายความว่า ถ้าเราพิมพ์ประโยคยาวๆ แต่ที่เรามีนิดเดียว มันจะคอยจนเราเว้นวรรคมันถึงจะขึ้นบรรทัดใหม่ให้ (งงมั้ยครับ ลองไปสังเกตดูเอาเองนะ) เพราะงั้นเราต้องมาคอยกด <font color="#cbad57">Shift + enter</font> ตรงตำแหน่งที่ควรจะอยู่ท้ายบรรทัด (แต่เพราะมันไม่ตัดคำมันเลยมาอยู่ตรงอื่น เราเลยต้องคอยกด) และ <font color="#cbad57">Enter</font> เมื่อเราจะขึ้นย่อหน้าใหม่ (วิธีกดเหมือน word แหละครับ ขี้นบรรทัดใหม่ กด shift ด้วย ขึ้นย่อหน้าใหม่ Enter เลย)</p>
<p>2.)เราต้องมาแก้สระลอย สระลอยจริงๆมันคือวรรณยุกต์ลอยครับ มันจะลอยในพวกที่ควรจะติดกับพยัญชนะเท่านั้น เช่น<font color="#cbad57"> &#8220;น้า&#8221;</font> จะลอย ส่วน <font color="#cbad57">&#8220;น้ำ&#8221;</font> จะไม่ลอย เพราะ ไม้โทในน้ำมันสูงอยู่แล้ว</p>
<p>ผมเองไม่รู้มันมีวิธีที่ดีกว่านี้รึเปล่า แต่ที่ผมใช้อยู่คือ &#8220;เถือก&#8221;ครับ 55+ เปิดโปรแกรม <font color="#cbad57">Start &gt; All Program &gt; Accessories &gt; System Tools&gt; Character Map</font> ขึ้นมา แล้วเลือกไปฟอนท์ที่เราใช้อยู่ตอนนี้ (ของผมคือ <font color="#cbad57">BrowalliaUPC</font>) เลื่อนไปทางโซนล่างๆ จะเห็นพวกนี้&#8230; นั่นคือ ไม้เอก-โท-ตรี-จัตวา และทันฑฆาต ที่เราต้องเอาไปแทนในตัวที่มันลอยอยู่ของเรา ทางขวาที่เห็นแดงๆคือสำหรับตัวปกติ ส่วนทางซ้ายสีน้ำเงินคือสำหรับพวกมีหาง (ป ฟ ฯลฯ) สังเกตว่าตำแหน่งวรรณยุกต์จะเยื้องมาข้างหน้ามากกว่าตัวปกตินิดนึง (โปรแกรมจริงมันไม่วงให้นะครับ ต้องไปหาเอง)</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust12.jpg" /></p>
<p>โดย ก่อนเลือกให้เรากดปุ่ม <font color="#cbad57">Delete</font> ย้ำๆจนแน่ใจว่ามันว่างแล้วก่อน( จากนั้น สมมติผมเลือกไม้เอก  ก็คลิกไม้เอกหนึ่งครั้งแล้วกด <font color="#cbad57">Select</font> แล้วกด <font color="#cbad57">Copy</font></p>
<p>กลับมาที่งานของเรา แล้วเริ่มหาว่ามีไม้เอกอยู่ตรงไหนมั่ง ลบของเดิมแล้วกด <font color="#cbad57">Ctrl+v</font> เอาของใหม่ใส่เข้าไป ส่วนคำไหนที่เราใช่บ่อยๆเราก็สามารถ <font color="#cbad57">Edit &gt; Find and Replace&#8230;</font> พิมพ์ตัวเดิมลงไป เช่น &#8220;น่ารัก&#8221; เราก็พิมพ์ &#8220;น่&#8221; ในช่อง Find ส่วนช่อง Replace ก็พิมพ์ &#8220;น&#8221; แล้วกด Ctrl+v จากนั้นก็ <font color="#cbad57">Replace All</font> โลด ทำแบบนี้ในคำที่ใช้บ่อยๆในงานเรา จะได้ไม่ต้องงมหา<br />
-หลังจากเราเก็บรายละเอียดทาง text เสร็จแล้ว ก็ไปตกแต่งเพิ่มเติมครับ จนเราพอใจ (อาจสร้าง layer มาไว้บนสุดเพื่อตกแต่งโดยเฉพาะ เช่นพวก ลูกศร หมายเลข อะไรยิบย่อยทั้งหลาย<br />
-จากนั้น ผมจะไปใส่ Background รวมถึงจบงานอยู่ใน Photoshop  แต่ก่อนจะไปเราต้องมา crop มันก่อน โดยสร้างสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากรอบงานของเราแล้วเลือก <font color="#cbad57">Object &gt; Crop Area &gt; Make </font>จากนั้นก็เซฟแล้วปิดโปรแกรมไปเลยก็ได้ครับ</p>
<p>-ทำ Background<br />
1.) เปิด Photoshop ขึ้นมา เลือก <font color="#cbad57">File&gt;New&#8230; </font>กำหนดขนาดตามต้องการ แต่เลือก resolution ซัก <font color="#cbad57">120-200 dpi</font> แล้วแต่ความแรงของเครื่อง ที่เราไม่ต้องใช้ 300 ก็ได้ เพราะ มันอยู่ข้างหลัง เขาไม่ดูกันเท่าไหร่หรอกครับ เนียนๆไป 55+ (ทำใจเครื่องทำได้เท่านี้ T.T) จากนั้นเลือก <font color="#cbad57">File &gt; Place</font> เลือกไฟล์ .ai ที่เราเซฟตะกี้มา กำหนดขนาดให้พอดีแล้วก็ <font color="#cbad57">Place</font> (ขั้นตอนนี้กินเวลาค่อนข้างนานแล้วแต่ความแรง) ใช้เซนส์ต่อไปจนมันได้ จากนั้นไป<font color="#cbad57">คลิกขวา</font>ที่ layer ที่เรา Place มาตะกี้แล้วเลือก <font color="#cbad57">Rasterize layer</font><br />
2.) ตกแต่ง bg ข้างหลังตามต้องการ จากนั้น<font color="#cbad57">ปิดตา</font>ที่หน้า layer ที่เรา Place มา (จะเห็นว่ามันหายไป) แล้ว <font color="#cbad57">Save as&#8230;ไฟล์เป็น jpeg</font> (ดูตัวอย่างในรูปนี้จะเห็นว่ามันไม่มีรูปตาตรงหน้า Layer บนสุด)</p>
<p><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust13.jpg" /></p>
<p>-New ไฟล์ใหม่ขึ้นมาให้คราวนี้ใช้ <font color="#cbad57">300 dpi</font> ไปลากไฟล์ bg ที่สร้างตะกี้มาแล้วขยายให้เต็มกรอบภาพโดยกด <font color="#cbad57">Edit&gt; Transform &gt; Free transform</font><br />
-<font color="#cbad57">Place </font>อีกรอบ<br />
-ตกแต่งเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆ <font color="#cbad57">Save as&#8230; เป็น jpeg maximum quality</font> ก็เป็นอันเสร็จงานครับ</p>
<p align="center"><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Illust14.jpg" /></p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ก็เสร็จแล้วนะครับ สำหรับ tutorial นี้ผมยอมรับว่ามันโคตรจะไม่ละเอียด แต่ illustrator ก็เป็นโปรแกรมที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะเหมือนกันจะใส่ทุกอย่างในโพสท์เดียวคงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ผมเขียนวันนี้ แค่เป็นแนวทางในการใช้งาน และจะได้รู้ว่าถ้าจะไปอ่านเพิ่มเติมเองควรจะอ่านตรงไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลามาก</p>
<p>ถูกผิดยังไงถ้ามีผู้รู้ผ่านมาก็ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ โปรแกรมนี้ผมเองก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็นหรอกครับ แหะๆ</p>
<p>ขอบคุณครับ</p>
<p>จบครับ <img src='http://www.rathjingjing.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':smile:' class='wp-smiley' /> </p>
<p align="center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ปล.<br />
-ไม่ได้ว่าง แต่เขาแข่งฟุตบอลกันใต้หอเลยอ่านหนังสือไม่ได้ (ข้ออ้าง) + ยังอยู่ในกำหนดเวลาพักอยู่ มีสิทธิ์ๆ ก็เลยมาอัพรอเขาแข่งเสร็จเดี๋ยวไปอ่านหนังสือต่อ 55+ (จริงๆก็แอบอยากดูอยู่น้า  &gt;_&lt;) (อันนี้ของเมื่อวาน)<br />
-เป็นโพสท์แรกที่ใช้เวลาอัพสองวัน ค้นพบว่าจากนี้ไปตัวผมเองคงต้องหัดแบ่งงานไปทำหลายๆวันแล้วไม่ใช่นั่งทำใส่เอาๆจนมันรวดเดียวเสร็จ<br />
-สงสัยตรงไหนถามได้นะครับ แต่ไม่รู้จะตอบหรือเปล่า 55+ สอบครับๆ (ข้ออ้าง)<br />
-tutorial ครั้งแรกในรอบ เอ่อ&#8230;นานมาก - -</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/02/06/poster-tutorial/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อัพรวม 2 กุมภาพันธ์ 2551</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/02/02/all02feb08/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/02/02/all02feb08/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2008 06:41:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/02/02/all02feb08/</guid>
		<description><![CDATA[ดองบลอกไปนานมาก จริงๆว่าจะอัพหลายครั้งแล้วแหละครับ แต่ติดอะไรหลายๆอย่างจริงๆ - -&#8221;
   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
Mediation
สืบเนื่องจากช่วงสอบผมเบื่อโลกมากๆเลยครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์อะไรนะครับ แค่รู้สึกว่าโลกนี้มันวุ่นวายจัง เลยอารมณ์อยากหาที่สงบๆซักที่ทำใจสบายๆไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว สุดท้ายก็เลยไปลงเอยที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันจ.ขอนแก่นครับ
ตอนนี้ก็กลับมาจากไปปฏิบัติธรรมมาแล้วครับ
ไปมาแล้ว Good-bad disorder ที่เป็นอยู่นี่ก็เหมือนจะดีขึ้นอยู่(นิดนึง -มั้ง) รู้สึกจะรู้ผิดชอบชั่วดีขึ้นมาอยู่ ตอนไปผมจดไดอารี่ไว้อยู่(เหมือนตอนไปคอมเมดแหละ) ไว้มีโอกาสเดี๋ยวผมเขียนถึงอีกทีละกันนะครับ สรุปว่าไปครั้งนี้ก็พอได้อะไรกลับมาอยู่ (ถ้าอู้ให้น้อยกว่านี้ก็คงจะได้เยอะกว่านี้) นับว่ามีส่วนช่วยให้อยากอ่านหนังสือสอบ NL ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ใครอยากไปก็ลองไปดูได้นะครับ
กลับมาก็ต้องเผชิญกับโลกต่อไป มีสิ่งที่ต้องทำพอสมควร สิ่งที่ควรทำอีกเยอะกว่า แต่สิ่งที่อยากทำนี่สิเยอะสุดๆ T.T
หวังว่าซักวันนึงทั้งสามอย่างมันจะรวมกันเป็นอันเดียวได้&#8230;
   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;
National License
เป็นสิ่งที่นักศึกษาแพทย์หลังจบปี 3 ทุกคนต้องสอบครับ สอบวันที่ 8 มีนาคมนี้ ผมเองครั้งนี้ก็จะพยายามให้มากที่สุด ใน 1 เดือนนี้การจะทำให้หัวที่ค่อนข้างกลวงมันพอจะมีอะไรไปสอบมั่งนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้น ผมต้องเข้มงวดกับตัวเองแล้ว โดยต้องแก้เรื่องที่ผลาญเวลาที่สุดนั่นคือ&#8230;
-ผมจะเล่นเน็ทจะดูหนังหรือจะทำอะไรก็ตามที่เป็นการพักผ่อน ในช่วงเวลา 17.00-20.00 เท่านั้น ที่เหลืือห้าม ยกเว้นกรณีสำคัญจริงๆ(ไอ้ข้อยกเว้นนี่แหละตัวพาซวยแน่ๆ - -&#8221;)
-ผมจะไม่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงเล่นอีกแล้ว มีอะไรให้คิดมากก็ไปหาทำอย่างอื่นเอา
-จะพยายามนอนก่อนตี1 และตื่นก่อน 7 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left">ดองบลอกไปนานมาก จริงๆว่าจะอัพหลายครั้งแล้วแหละครับ แต่ติดอะไรหลายๆอย่างจริงๆ - -&#8221;</p>
<p style="text-align: center">   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>Mediation</strong></p>
<p>สืบเนื่องจากช่วงสอบผมเบื่อโลกมากๆเลยครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเป็นทุกข์อะไรนะครับ แค่รู้สึกว่าโลกนี้มันวุ่นวายจัง เลยอารมณ์อยากหาที่สงบๆซักที่ทำใจสบายๆไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว สุดท้ายก็เลยไปลงเอยที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันจ.ขอนแก่นครับ</p>
<p>ตอนนี้ก็กลับมาจากไปปฏิบัติธรรมมาแล้วครับ</p>
<p>ไปมาแล้ว Good-bad disorder ที่เป็นอยู่นี่ก็เหมือนจะดีขึ้นอยู่(นิดนึง -มั้ง) รู้สึกจะรู้ผิดชอบชั่วดีขึ้นมาอยู่ ตอนไปผมจดไดอารี่ไว้อยู่(เหมือนตอนไปคอมเมดแหละ) ไว้มีโอกาสเดี๋ยวผมเขียนถึงอีกทีละกันนะครับ สรุปว่าไปครั้งนี้ก็พอได้อะไรกลับมาอยู่ (ถ้าอู้ให้น้อยกว่านี้ก็คงจะได้เยอะกว่านี้) นับว่ามีส่วนช่วยให้อยากอ่านหนังสือสอบ NL ขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ใครอยากไปก็ลองไปดูได้นะครับ</p>
<p>กลับมาก็ต้องเผชิญกับโลกต่อไป มีสิ่งที่ต้องทำพอสมควร สิ่งที่ควรทำอีกเยอะกว่า แต่สิ่งที่อยากทำนี่สิเยอะสุดๆ T.T</p>
<p>หวังว่าซักวันนึงทั้งสามอย่างมันจะรวมกันเป็นอันเดียวได้&#8230;</p>
<p style="text-align: center" align="left">   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>National License</strong></p>
<p>เป็นสิ่งที่นักศึกษาแพทย์หลังจบปี 3 ทุกคนต้องสอบครับ สอบวันที่ 8 มีนาคมนี้ ผมเองครั้งนี้ก็จะพยายามให้มากที่สุด ใน 1 เดือนนี้การจะทำให้หัวที่ค่อนข้างกลวงมันพอจะมีอะไรไปสอบมั่งนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉะนั้น ผมต้องเข้มงวดกับตัวเองแล้ว โดยต้องแก้เรื่องที่ผลาญเวลาที่สุดนั่นคือ&#8230;</p>
<blockquote><p>-ผมจะเล่นเน็ทจะดูหนังหรือจะทำอะไรก็ตามที่เป็นการพักผ่อน ในช่วงเวลา 17.00-20.00 เท่านั้น ที่เหลืือห้าม ยกเว้นกรณีสำคัญจริงๆ(ไอ้ข้อยกเว้นนี่แหละตัวพาซวยแน่ๆ - -&#8221;)<br />
-ผมจะไม่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงเล่นอีกแล้ว มีอะไรให้คิดมากก็ไปหาทำอย่างอื่นเอา<br />
-จะพยายามนอนก่อนตี1 และตื่นก่อน 7 โมงเช้า (อันนี้แหละยากโคตรๆ - -&#8221;)</p></blockquote>
<p>ส่วนเรื่องแผนการอ่านหนังสืออะไรแบบนี้ก็ไม่ต้องเอามาประกาศหรอกครับ</p>
<p align="center">    &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>Blog </strong></p>
<p>ผ่านมา 1 ปีแล้วสำหรับบลอกนี้ ไม่มีโอกาสเขียน Happy birth day ให้มันเลย ถึงจะดองๆอัพๆแต่ก็พออยู่รอดมาได้ สถิติที่ <a href="http://webstats.motigo.com/s?tab=1&amp;link=1&amp;id=4214762">webstats</a> ถึงวันที่ 29 มกราคม หยุดอยู่ที่ 32,945 pageviews ถึงมันจะไม่ได้เยอะอะไรมากมาย แต่พอมาคิดดูว่ามีคน(หลง)เข้ามาดูบลอกของเราตั้งสามหมื่นกว่าหน้าแล้วนี่มันก็ดีใจอยู่นะครับ ถึงเป้าหมายหลักของบลอกจะไม่ใช่จำนวนคนเข้าก็เถอะ (เพราะผมรู้สึกว่าเวลาคนเข้าเยอะๆแล้วมันอึดอัดยังไงไม่รู้ 55+ ขอเป็นบลอกเล็กๆเดาๆดีกว่า) แต่จะเลิกใช้ของ webstats แล้วเพราะใช้แล้วมันมีโฆษณาขึ้น ไม่ชอบ เลยเปลี่ยนไปใช้    <a href="http://www.stats.in.th/">Stat.in.th</a> แทน</p>
<p align="center"><img src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/webstat.jpg" height="190" width="475" /></p>
<p>หน้าที่มีคนดูเยอะที่สุดสองหน้าแรก คือเข้ามาอ่าน reviews    <a href="http://www.rathjingjing.com/2007/04/12/1-litre-of-tears/">1 Litre of tears</a> กับ  <a href="http://www.rathjingjing.com/2007/04/09/nodame-cantabile/">Nodame Catabile</a> สองหน้านี้แต่ละวันจะมีคนเข้ามาดูประมาณ 50 คนได้ สะท้อนความแรงของซีรีย์ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ซีรีย์เหมือนกัน (และติด top ในการเสิร์ชด้วย google เหมือนกัน) อย่าง <a href="http://www.rathjingjing.com/2007/05/24/iryu/">IRYU</a> กลับไม่ค่อยมีคนเข้ามาอ่าน แสดงว่าซีรีย์มันไม่แรง (ทั้งๆที่ก็ได้ best drama เหมือนโนดาเมะ) ผมว่าจุดนี้มันทำให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ว่าสิ่งที่ดีมันไม่จำเป็นต้องเป็นที่นิยม เหมือนที่รีวิวของผมก็ไม่ได้เขียนดีอะไร มีคนเขียนดีกว่าผมตั้งเยอะ หรือหนังบางเรื่อง การ์ตูนบางเรื่อง ก็ฮิตทั้งๆที่ถ้าคนที่อยู่ในวงการนั้นๆมานานมาอ่านอาจจะรู้สึกธรรมดาก็ได้ (แต่ 1 ลิตรกับโนดาเมะนี่แนะนำนะครับ ดีจริงๆอยู่)</p>
<p>ผมว่าที่รีวิวของผมมันติดหน้าแรก มันเป็นเพราะระบบของ Google น่ะครับ เพราะผมเป็น.com อันนี้น่าจะมีส่วนมากๆ  เพราะคนอื่นเขารีวิวลงบลอกฟรีกัน ส่วนอย่างอื่นนี่ไม่ทราบเหมือนกันครับ ใครเซียนเล่นเสียว(<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Search_engine_optimization">SEO</a>)มาชี้แนะให้จะเป็นพระคุณยิ่งครับ ^ ^</p>
<p style="text-align: center">   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>ยกเครื่อง</strong></p>
<p>ว่าแล้วก็ถือโอกาสที่มันครบ 1 ปี อัพเกรด <a href="http://wordpress.org/latest.zip">Wordpress</a> มันซะเลย ปีนึงอัพที แนวดี (จริงๆคือขี้เกียจ แหะๆ) อัพแล้วก็ถือโอกาสลง Plug-in หลายๆตัวเพิ่มเติม และเอา Plug-in หลายๆตัวออก<br />
ไว้มีโอกาสเดี๋ยวจะมาลิสต์นะครับว่าผมใช้อะไรบ้าง ขอขอบคุณพี่ <a href="http://pradt.net/about">wat</a> มา ณ โอกาสนี้ สารภาพตามตรงว่าผมลอกพี่ครับ เห็นพี่ใช้ไรก็ใช้ตาม 55+</p>
<p>ตอนนี้ที่อยากทำคือให้เวลากด category แล้วมันขึ้นเป็นหน้า archive ของ cat นั้นๆน่ะครับ ไม่ใช่ขึ้นเป็น post เรียงกันไปแบบนี้ ใครทำเป็นช่วยชี้ทางสว่างให้ผมด้วยคร้าบ &gt;_&lt;</p>
<p style="text-align: center">   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p><strong>หาเงิน</strong></p>
<p>ตอนนี้กระแสหาเงินทางเน็ทกำลังมาแรงมากๆครับ(หรือแรงกับผมคนเดียว - -&#8221;) ก็เลยคิดว่าจะลองเอากับเขามั่งเหมือนกัน มีหลายสายเหลือเกินที่อยากจะเดิน ที่ลิสท์ๆไว้ตอนนี้ก็มี</p>
<p>-Gallery แล้วฝากรูปไว้กับ <a href="http://www.shareapic.net/ref.php?owner=rathjung">Shareapic</a> แต่เห็นคนที่เคยทำเขาบอกว่าได้ยาก ไม่เป็นไรครับ ผมอยากมี Gallery อยู่แล้ว และแน่นอนว่าใน Gallery นั้นก็จะเต็มไปด้วย <a href="http:///">Adsense</a><br />
-ต่อไปจะฝากไฟล์ไว้กับ <a href="http://www.ziddu.com/">Ziddu</a> แล้วนะครับ เพราะเวลาคนโหลดแล้วผมได้ตังค์ 55+  แต่ก็ได้ยากอีกนั่นแหละ เรื่องช้าไม่ช้าไม่เป็นไร เพราะรู้สึกว่าทุกวันนี้   <a href="http://www.divshare.com/"> divshare</a> ที่ใช้อยู่ก็ใช่ว่ามันจะเร็ว - -&#8221;<br />
<strike> -เห็นซีรีย์ญี่ปุ่นกองอยู่เต็มบ้าน ทั้งที่ดูแล้วและยังไม่ได้ดู คิดว่าน่าจะเอามาทำเงินได้ จากนี้ไปเลยอาจจะไรท์ขายนะครับ  แต่ขอศึกษาข้อกฎหมายดูก่อนว่าทำแล้วมันผิดหรือเปล่า ถ้าผิดก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่  แต่เท่าที่ถามๆมาเห็นบอกว่าถ้าไม่มีลิขสิทธิ์ก็ไม่ผิด ไม่รู้จริงรึเปล่า</strike> โครงการนี้เลิกดีกว่า<br />
-อันสุดท้ายที่เป็นความหวังสูงสุดแต่ยังไม่เห็นวิธีการเลย คือ <a href="http://www.cj.com/">CJ</a> ร่วมกับ <a href="https://adwords.google.com/">  Adwords</a> อันนี้ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพี่ที่ทำอยู่ก่อนแล้วอยู่ (เห็นบอกว่าได้เป็นหมื่นไม่รู้โม้ป่าว - -&#8221;) แต่ก็จะลองทำดูครับ</p>
<p>รู้สึกว่าตัวเองหน้าเงินขึ้นแฮะ - -&#8221; ขอขอบคุณเวบ <a href="http://www.e4share.com/">e4share</a> มา ณ โอกาสนี้ครับ สำหรับความรู้หลายๆเรื่อง</p>
<p style="text-align: center">   &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>จบครับ</p>
<p>ปล.<br />
-ครั้งนี้ไม่รู้จะปออะไรครับ แต่พอไม่มีแล้วเป็นรู้สึกขาดอะไรบางอย่างในชีวิต <img src='http://www.rathjingjing.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_neutral.gif' alt=':neutral:' class='wp-smiley' /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/02/02/all02feb08/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่าของอัศวินม้าเหล็ก</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/01/12/ironhorse/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/01/12/ironhorse/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Jan 2008 19:57:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Nonsense]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/01/12/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e/</guid>
		<description><![CDATA[   Odin เป็นชื่อของเทพเจ้าซักองค์นี่แหละครับ ของประเทศไหนซักประเทศอีกนี่แหละ (กรีกมั้ง) ช่างมันเถอะครับ
Odin ก็เป็นชื่อของสัตว์อสูรตนหนึ่งในซีรีย์ Final Fantasy เช่นกัน ออกมาโชว์เทพด้วยท่า Zantetsuken ที่ฟันครั้งเดียวตาย   (ในหลายๆภาค) จะพูดถึงอันนี้แหละครับ ขอเรียกสั้นๆว่าพี่โอ (แต่จริงๆก็ไม่สำคัญหรอกครับ   ผมแค่ยืมคาแรกเตอร์อัศวินขี่ม้ามาก็เท่านั้นแหละ)
อ๊ะ&#8230;ลืมบอกไปครับ คือพี่แกเป็นอัศวินบนหลังม้าครับ (ม้าตัวใหญ่มาก ท่าทางพยศน่าดู)

สมัยก่อน พี่โอเคยขี่ม้าคู่ใจตะลุยปราบศัตรูด้วยท่าโช้ะเดียวจอดมากมาย หันไปมองพบซากศพระเนระนาด (เหมือนหลังคาบ Lecture   บางคาบ)
เวลาผ่านไปสองสามปี&#8230;
ทุกวันนี้พี่โอขี่ม้าเวรนั่นไม่ได้แล้ว พอเขาขึ้นขี่มันปุ๊ป มันก็จะพาเขาไปไหนไม่รู้ตามใจมัน พาไปชมนกชมไม้ พาไปช้อปปิ้ง   บางวันมันก็พาเขาไปดูม้าตัวเมียซะงั้น แต่ที่แน่ๆคือมันไม่ได้พาพี่โอไปสู้กับใครมานานมากแล้ว   ทั้งๆที่ศัตรูก็ทำหน้าแอ๊บแบ๊วกุ๊กกิ๊กน่ารักรอให้เข้าไปฟันอยู่
แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่ม้าหรอกครับ &#8220;กูเป็นของกูยังงี้มาตั้งนานแล้วโว้ยย&#8221; พี่ม้าแกบอกผมเป็นการส่วนตัว   (อย่าไปบอกพี่โอแกนะ)
พี่โอยื่นแขนของตัวเองขึ้นมาดู จากแขนที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ปัจจุบันมันอะไรกันนี่!! Atrophy ไปหมดแล้วเหรอไง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Odin">   Odin</a> เป็นชื่อของเทพเจ้าซักองค์นี่แหละครับ ของประเทศไหนซักประเทศอีกนี่แหละ (กรีกมั้ง) ช่างมันเถอะครับ</p>
<p>Odin ก็เป็นชื่อของสัตว์อสูรตนหนึ่งในซีรีย์ Final Fantasy เช่นกัน ออกมาโชว์เทพด้วยท่า Zantetsuken ที่ฟันครั้งเดียวตาย   (ในหลายๆภาค) จะพูดถึงอันนี้แหละครับ ขอเรียกสั้นๆว่าพี่โอ (แต่จริงๆก็ไม่สำคัญหรอกครับ   ผมแค่ยืมคาแรกเตอร์อัศวินขี่ม้ามาก็เท่านั้นแหละ)</p>
<p>อ๊ะ&#8230;ลืมบอกไปครับ คือพี่แกเป็นอัศวินบนหลังม้าครับ (ม้าตัวใหญ่มาก ท่าทางพยศน่าดู)</p>
<p style="text-align: center"><img width="400" height="305" src="http://i73.photobucket.com/albums/i206/rathjung/Odin.jpg" /></p>
<p>สมัยก่อน พี่โอเคยขี่ม้าคู่ใจตะลุยปราบศัตรูด้วยท่าโช้ะเดียวจอดมากมาย หันไปมองพบซากศพระเนระนาด (เหมือนหลังคาบ Lecture   บางคาบ)</p>
<p>เวลาผ่านไปสองสามปี&#8230;</p>
<p>ทุกวันนี้พี่โอขี่ม้าเวรนั่นไม่ได้แล้ว พอเขาขึ้นขี่มันปุ๊ป มันก็จะพาเขาไปไหนไม่รู้ตามใจมัน พาไปชมนกชมไม้ พาไปช้อปปิ้ง   บางวันมันก็พาเขาไปดูม้าตัวเมียซะงั้น แต่ที่แน่ๆคือมันไม่ได้พาพี่โอไปสู้กับใครมานานมากแล้ว   ทั้งๆที่ศัตรูก็ทำหน้าแอ๊บแบ๊วกุ๊กกิ๊กน่ารักรอให้เข้าไปฟันอยู่</p>
<p>แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่ม้าหรอกครับ &#8220;กูเป็นของกูยังงี้มาตั้งนานแล้วโว้ยย&#8221; พี่ม้าแกบอกผมเป็นการส่วนตัว   (อย่าไปบอกพี่โอแกนะ)</p>
<blockquote><p>พี่โอยื่นแขนของตัวเองขึ้นมาดู จากแขนที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ปัจจุบันมันอะไรกันนี่!! Atrophy ไปหมดแล้วเหรอไง   เหลือเพียงแค่หนังบางๆเท่านั้นหุ้มกระดูก Radius กับ Ulnar ไว้ หันไปดูท้องตัวเองที่เคยเห็น Rectus abdominis   เป็นปล้องๆสวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นก้อนไขมันกลมดิ๊กน่ารักเชียว   หลังจากค้นพบความจริงในสารรูปของตัวเองพี่แกก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปมันไม่ใช่ม้า   แต่เป็นตัวพี่แกเองที่ไม่มีแรงจะควบคุมมันอีกต่อไปแล้ว!! ไม่สิ&#8230;ถึงมีแรงจะควบคุมมัน พี่แกก็ไม่มีใจจะทำแล้ว   พี่แกยินดีไปกับการเที่ยวเล่นบนหลังมัน ปล่อยให้มันพาไปไหนก็ไป&#8230;ศัตรูช่างมันปล่อยมันแอ๊บแบ๊วอยู่นั่นแหละ   สุดท้ายก็กลายมาเป็นแบบทุกวันนี้</p></blockquote>
<p>หลังได้สติ&#8230; พี่โอหันไปมองดูหมู่บ้านของตัวเองที่ไม่ได้มองดูนาน (เพราะมัวแต่มองม้าตัวเมียอยู่)   &#8220;โอวว..ศัตรูมันเผาบ้านน้ากูอยู่นี่หว่า&#8221; หันไปมองสนามเด็กเล่นที่พี่แกเคยไปเล่นสไลเดอร์เล่นกับกิ๊กข้างบ้าน   &#8220;อะไรกัน&#8230;มันกำลังพังสไลเดอร์ของกู (พังไปแบบนี้ แล้วกูจะเล่นอะไรล่ะฟะ)&#8221; หลังจากอึ้งกับภาพที่เกิดไปนาน   ในที่สุดพี่แกก็ตั้งสติได้&#8230;</p>
<p>&#8220;เฮ้ย เฮียม้าครับ เค้าจะยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ !! พี่ต้องช่วยเค้าจัดการพวกมันนะ&#8221;   พี่แกบอกม้าคู่ใจ</p>
<p>&#8220;เรื่องอะไร -*-  กูวิ่งเล่นม่อสาวของกูไปวันๆก็ดีอยู่แล้ว จะไปช่วยเอ็งทำไม&#8221; เฮียม้าผู้แสนน่ารักตอบกลับมา</p>
<p>(ความเงียบเข้าครอบงำสถานที่ประมาณ 3 วินาที พร้อมมีลมพัดใบ้ไม้ปลิวเหมือนการ์ตูน :leaf:)</p>
<p>หลังความเงียบผ่านไป เรื่องมันเลยเกิดครับ&#8230;</p>
<p>พี่โอตัดสินใจแล้วว่าก่อนจะไปฆ่าไอ้ตัวที่มันพังสไลเดอร์พี่แก ขอฟัดกับม้าเวรนี่ก่อนซักตั้ง <img src='http://www.rathjingjing.com/blog/wp-includes/images/smilies/icon_mad.gif' alt=':mad:' class='wp-smiley' /> จะทำยังไงก็ได้แล้ว ขอให้กลับมาขี่มันได้อีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อไปเป็นวีรบุรุษที่ไหนหรอกครับ แต่อย่างน้อยก็ขอปกป้องสิ่งสำคัญของตัวเองให้ได้ก็พอ    พี่แกทำหน้าเข้มกุมดาบในมือแน่น ร้องตระโกนว่า <strong>&#8220;FOR MY SLIDER !!!!!&#8221;</strong>   แล้ววิ่งเข้าไปใส่ม้าของพี่แก&#8230;.</p>
<p>(ภาพค่อยๆสโลว์ แล้วก็เฟดเป็นจอดำไป)</p>
<p style="text-align: center">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p style="text-align: left">ผมรู้ตัวเมื่อเกือบๆสองปีที่แล้ว ว่าตัวผมเอง&#8230;ไม่สามารถจะนั่งสมาธิได้เกิน 3 นาทีอีกต่อไปแล้ว (วันนี้ลองนั่งสมาธิดู)   ก็ไม่ได้จะไปบรรลุธรรมะชั้นสูงอะไรที่ไหนหรอกนะครับ แต่หลังจากหมู่นี้&#8230;(ไม่สิ จริงๆก็ผ่านมาหลายหมู่แล้วล่ะ - -&#8221;)   ผมไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้เลย มันเตลิดไปทั่วไปทีบ เวลาจะนอนก็หลับยาก   อ่านหนังสือได้นิดเดียวก็หลุดไปไหนแล้วไม่รู้ (แถมหลุดไม่รู้ตัวอีก - -&#8221;) จากอาการต่างๆที่เกิดกับตัวผม   ผมเลยสรุปว่าตัวเองกำลังมีปัญหาซะแล้ว (อย่างมีนัยยะสำคัญ)</p>
<p style="text-align: left">ก็เลยคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้วล่ะครับ</p>
<p style="text-align: left">ก่อนจะหลับ มาฟัดกับกูซักรอบมาม้าเวร -*- จะคุมมันให้อยู่ให้ได้</p>
<p style="text-align: left">จบครับ</p>
<p style="text-align: left">ปล.<br />
-ก็ใช่ว่าผมจะเป็นคนชอบนั่งสมาธิอะไรหรอกครับ แต่สมัยก่อนถ้าคิดจะนั่ง(ก็นานๆจะคิดทีหรอก)มันก็ได้อย่างน้อยเป็น 20   นาทีอ่ะ ไม่ใช่ว่าสมัยก่อนไม่มีเรื่องให้คิดนะครับ แต่รุ้สึกมันเตลิดน้อยกว่านี้ - -&#8221;<br />
-เป็นความพยายามครั้งที่ 20 ได้แล้วมั้ง ที่จะหัดควบคุมสติตัวเอง<br />
-อย่าสงสัยเลยครับว่าพี่โอมันโรคอะไรแขนลีบพุงโต เอาน่า มันแค่เรื่องแต่ง (ถึงมันจะมีจริงๆอยู่มั้งก็เถอะ)<br />
-สอบเสร็จก่อนอ่านหนังสือสอบ NL ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไปฝึกสมาธิซัก 3 วันครับ ใครสนใจจะไปด้วยบอกได้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.rathjingjing.com/2008/01/12/ironhorse/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Happy birth day อ่ะ ล้อเล่น New year ตะหาก</title>
		<link>http://www.rathjingjing.com/2008/01/02/hny/</link>
		<comments>http://www.rathjingjing.com/2008/01/02/hny/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jan 2008 19:45:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rathjungzz</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[My Life]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.rathjingjing.com/2008/01/02/hny/</guid>
		<description><![CDATA[Rath 1: โอ้ววว&#8230;ได้ข่าวว่าวันนี้วันที่ 2 แล้ว ใช่มั้ยไอ้เบอร์ 2
Rath 2: ข่าวผิดรึป่าวว้า นายว่างั้นมั้ยเบอร์ 1
Rath 1: เฮ้ย ไม่ผิดหรอก ตะกี้กูยังเห็นแม่ดูจำเลยรักอยู่เลยย
Rath 2: เอ๊า แล้วเกี่ยวอะไรกับวันที่ 2 ล่า
Rath 1: ก็ไม่เกี่ยวหรอก กุแค่หาเรื่องพูดอะไรให้มันดูยาวๆไปงั้น
Rath 2: - -&#8221;
Rath 1: ก็ต้องหาเรื่องเซ่ ไม่งั้นอัพครั้งนี้มันก็สั้นๆจบเหมือนไม่มีอะไรจะอัพสิวะ
Rath 2: เข้าเรื่องๆ
Rath 1: ปกติชาวบ้านเขา Happy new year กันวันที่ 1 ไม่ใช่เหรอว้า
Rath 2: ก็ช่ายน่ะสิ เขาก็บอกอยู่ว่าสวัสดีปีใหม่ ถ้าวันที่ 2 มันก็กลายเป็นปีเก่าแล้วดิวะ
Rath 1: งั้นกูต้องรอปีหน้าเลยเหรอเนี่ยย T_T
Rath 2: เฮ้ย เอาเถอะ ไหนๆก็มาแล้วก็แฮปๆไปเถอะ ช้าไปวันนึงไม่เป็นไรหรอก
Rath 1: นั่นสิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Rath 1: โอ้ววว&#8230;ได้ข่าวว่าวันนี้วันที่ 2 แล้ว ใช่มั้ยไอ้เบอร์ 2<br />
Rath 2: ข่าวผิดรึป่าวว้า นายว่างั้นมั้ยเบอร์ 1<br />
Rath 1: เฮ้ย ไม่ผิดหรอก ตะกี้กูยังเห็นแม่ดูจำเลยรักอยู่เลยย<br />
Rath 2: เอ๊า แล้วเกี่ยวอะไรกับวันที่ 2 ล่า<br />
Rath 1: ก็ไม่เกี่ยวหรอก กุแค่หาเรื่องพูดอะไรให้มันดูยาวๆไปงั้น<br />
Rath 2: - -&#8221;<br />
Rath 1: ก็ต้องหาเรื่องเซ่ ไม่งั้นอัพครั้งนี้มันก็สั้นๆจบเหมือนไม่มีอะไรจะอัพสิวะ<br />
Rath 2: เข้าเรื่องๆ<br />
Rath 1: ปกติชาวบ้านเขา Happy new year กันวันที่ 1 ไม่ใช่เหรอว้า<br />
Rath 2: ก็ช่ายน่ะสิ เขาก็บอกอยู่ว่าสวัสดีปีใหม่ ถ้าวันที่ 2 มันก็กลายเป็นปีเก่าแล้วดิวะ<br />
Rath 1: งั้นกูต้องรอปีหน้าเลยเหรอเนี่ยย T_T<br />
Rath 2: เฮ้ย เอาเถอะ ไหนๆก็มาแล้วก็แฮปๆไปเถอะ ช้าไปวันนึงไม่เป็นไรหรอก<br />
Rath 1: นั่นสิ จริงๆมันก็ไม่ผิดนิ เป็นพระเอกก็ต้องมาช้าอยู่แล้ว งั้นกูเก็บไว้แฮป 2 กุมภาเลยละกัน<br />
Rath 2: อันนั้นก็เกินปายย<br />
Rath 1: ดึงเกมพอยัง เข้าเรื่